playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

[รีวิว] Edens Zero การเดินทางสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ เพื่อค้นหาพลังมิตรภาพ

สรุป

เป็นอนิเมะเนื้อหาโชเน็นหนักที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ฉากต่อสู้ที่สนุก และกระชับ ถ้าใครเคยติดตามผลงานก่อน ๆ ของ ฮิโระ มาชิม่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่แหวกไปจากเรื่องก่อนๆ ของเขา เป็นอีกเรื่องที่สามารถดูได้ยาวๆ ถ้าใครอยากดูแก้เบื่อ เรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ดี

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
5 (1 vote)

Pros

  • การนำเสนอที่สนุก
  • ผู้หญิงภายในเรื่องสวย และเซอร์วิสเยอะมาก
  • มีปมภายในเรื่องที่น่าสนใจ
  • อีสเตอร์เอ้กจากผลงานก่อนๆ เยอะ

Cons

  • ตัวเอกใช้พลังมิตรภาพเพื่อชนะ
  • เนื้อเรื่องยังคงเดาได้ภายในเรื่อง
  • ดีไซน์ตัวละครที่นำมาจากเรื่องก่อนๆ ค่อนข้างเยอะ
Edens Zero ฉบับมังงะ
Edens Zero ฉบับมังงะ

จากผลงานผู้สร้าง RAVE:Master และ Fairytail มังงะเวทย์มนต์แฟนตาซีสุดโด่งดัง ในครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับ Edens Zero อีเดนซ์ ซีโร่ (LC โดย Vibulkij) กับการผจญภัยครั้งใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม ที่จะพาผู้ชมเข้าไปสู่โลกแห่งอนาคต ที่มีการผจญภัยต่าง ๆ มากมายในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ เพื่อค้นหามาเธอร์ สิ่งมีชีวิตลึกลับที่เมื่อพบเจอแล้วจะสามารถทำคำขอให้เป็นจริงได้ และอนิเมะเรื่องนี้ยังเป็นผลงาน Original Netflix ที่มีฉายเพียงแค่เน็ตฟลิกซ์เท่านั้น (ยกเว้นที่ญี่ปุ่นที่มีการฉายรายสัปดาห์ผ่านทีวีก่อน) ถ้าใครที่ชอบผลงานก่อน ๆ ของฮิโระ มาชิม่า เรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

 Edens Zero (2021) on IMDb

รับชมตัวอย่าง Edens Zero ได้ที่นี่

เรื่องย่อ

ชิกิเด็กหนุ่มปริศนาที่ถูกเก็บมาเลี้ยงโดยหุ่นยนต์ที่อาศัยอยู่ภายในแกรนเบล โลกแห่งนี้มีเพียงแต่หุ่นยนต์เท่านั้นไร้ซึ่งมนุษย์หลงเหลืออยู่ ทำให้ชิกิเป็นเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ภายในโลกนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งมีหญิงสาวจากต่างแดนที่มีชื่อว่า “รีเบ็คก้า” ได้เข้ามาที่เมืองนี้พร้อมกับแมวคู่ใจของเธอที่มีชื่อว่า “แฮปปี้” ทำให้ชิกิรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้พบมนุษย์คนอื่นนอกจากตน แต่ว่าชาวเมืองหุ่นยนต์ไม่พอใจที่มีมนุษย์เข้ามาในเมืองจึงจะจับหญิงสาวเผา จึงทำให้ชิกิโกรธและช่วยเหลือหญิงสาวออกมาได้ ทั้งสองจึงหนีออกไปจากดาวดวงนี้ และเมื่อหนีออกมาได้ทั้งสามก็ได้เห็นมังกรสีทองอร่ามบินท่ามกลางอวกาศอันแสนสวยงาม นั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ของชิกิที่จะหาสหายใหม่ในการผจญภัยครั้งนี้

แนะนำตัวละคร

ชิกิ แกรนเบล (Shiki Granbell) (VA: Takuma Terashima) เด็กหนุ่มปริศนาที่ถูกเลี้ยงโดยจอมมาร แห่งแกรนเบล เขามีนิสัยที่ตรงไปตรงมา และไร้เดียงสาเนื่องจากไม่เคยออกไปเผชิญออกไปโลกภายนอก นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ใช้อีเธอร์เกียร์ที่สามารถควบคุมแรงโน้มถ่วง และเสริมพลังให้ตนเองได้

รีเบ็คก้า บลูการ์เด้น (Rebbeca Bluegarden) (VA: Mikako Komatsu) เด็กสาวกำพร้าที่พบกับแฮปปี้โดยบังเอิญ เธอมีอาชีพเป็นคิวบ์ทูปเบอร์ที่คอยผจญภัยหาสิ่งแปลกใหม่ เธอเป็นคนที่เข้มแข็ง และรักเพื่อนมากกว่าสิ่งอื่นใด เธอมีทักษะการยิงปืนที่ยอดเยี่ยมเมื่อเวลาโกรธ

แฮปปี้ (Happy) (VA: Rie Kugimiya) มาสคอตประจำเรื่อง ปรากฎตัวครั้งแรกในแฟรี่เทล(ผลงานเรื่องเก่า) เป็นหุ่นยนต์แมวเพื่อนของรีเบ็คก้าที่พบเจอกันโดยบังเอิญ สามารถแปลงร่างเป็นปืนได้ มีนิสัยร่าเริงแจ่มใส ไม่ค่อยคิดหน้าหลัง เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีชื่อว่าเอ็กซี๊ดจากคำบอกเล่าของโจรภายในเรื่อง(เอ็กซี๊ดเป็นเผ่าทีมีอ้างอิงมาจากแฟรี่เทล)

ไวซ์ สไตนเนอร์ (Weisz Steiner) (VA: Hiromichi Tezuka) ด็อกเตอร์ไวซ์ จากปี X442 ที่ถูกมังกรกลืนกินดวงดาวไป 50 ปี ทำให้เขามีตัวตนสองคนภายในจักรวาลนี้ เขาเป็นคนที่ฉลาดแกมโกง แต่ไว้ใจได้ เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ชอบม่อผู้หญิง และเขายังมีอีเธอร์เกียร์ที่สามารถปรับแต่งเครื่องจักรได้

รีวิว

แม้จุดเริ่มต้นของเรื่องจะมีความคล้ายกับอนิเมะโชเน็นเรื่องอื่น ๆ ที่พยายามจะทำให้ผู้ชมอินเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเหล่าหุ่นยนต์และตัวเอก แต่เนื่องจากเวลาที่จำกัดจึงทำให้การเข้าถึงอารมณ์ทำได้ไม่ดีพอ และพล็อตก็ค่อนข้างซ้ำ ผู้ที่เคยดูอนิเมะโชเน็นบ่อย ๆ อาจจะเดาได้ตั้งแต่เริ่มเลยก็ได้ แต่พอหลังจากจบตอนที่หนึ่งไป การดำเนินเนื้อเรื่องเริ่มที่จะแตกต่างจากมังงะทั่วไป เริ่มมีปมปริศนาเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก อย่างมาเธอร์สิ่งมีชีวิตลึกลับ เอลซี่ตัวละครปริศนา มังกรในโลกนี้คืออะไร? และเมื่อเข้าช่วงตอนที่ 3 ตัวเอกเข้าดาวนอร์ม่าเพื่อไปอัพเกรดยานบิน แต่แล้วกระแสเวลาของดาวดวงนี้ไม่เหมือนใครเพราะถูกมังกรกลืนกินเวลา ทำให้เวลาในดวงดาวถอยหลังไป 50 ปี ซึ่งส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตด้วย และพวกเขาไม่สามารถรู้เลยได้ว่าเวลาได้ถูกย้อนไปแล้ว ณ ที่แห่งนี้พวกเขาได้พบพวกพ้องคนใหม่จากอดีต และเมื่อคลายปมจบเรื่องหนึ่ง ปมใหม่ก็จะค่อย ๆ มา ทำให้มันดึงดูดผู้ชม และสนใจที่จะดูเรื่องนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีการดำเนินเนื้อเรื่องที่กระชับ และไม่ยืดเหมือนเรื่องก่อน ๆ อย่างอนิเมะแฟรี่เทล ทำให้ได้รับเนื้อหาภายในเรื่องอย่างเต็มที่ แต่ก็คงต้องยอมรับว่า เรื่องนี้ก็ยังคงคอนเซปต์การใช้พลังมิตรภาพเข้าชนะอีกเรื่อง ทำให้คนที่เสพแนวนี้บ่อย ๆ อาจจะเอียนจริงเหมือนอย่างแฟรี่เทลที่ช่วงหลังใช้พลังมิตรภาพเยอะเกินไป

ถ้าใครเคยดูแฟรี่เทลอาจจะเห็นอีสเตอร์เอ้กจากภายในเรื่องค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว และยังมีการรีไซเคิลตัวละครจากแฟรี่เทลที่ค่อนข้างเยอะอย่าง เอลซ่า ที่เป็น เอลซี่ ภายในเรื่อง และยังมีเจราด ที่เป็นคู่รักคู่เจ็บอีกด้วย อีกทั้งคาแรกเตอร์ของ รีเบ็คก้า ที่เหมือน ลูซี่ คนที่ดูก็จะตกใจภายในเรื่องบ้างเพราะได้เห็นตัวละครหน้าคล้ายจากแฟรี่เทล มาอยู่ภายในเรื่องนี้เยอะมาก ๆ นอกจากนี้ระบบอีเธอร์เองก็ยังคล้ายกับเวทมนต์ในแฟรี่เทล ภายในเรื่องกล่าวไว้ว่าอีเธอร์เองก็ทำงานเปลี่ยนพลังงานในร่างกายให้ใช้คล้ายเวทมนตร์ได้ ซึ่งมันก็ไม่แตกต่างจากแฟรี่เทลเลย แค่เรื่องนี้มันไฮเทคกว่า โดยเฉพาะท่าไม้ตายพระเอกแต่ละท่า ยิ่งคล้ายนัตสึในแฟรี่เทลเลย

ด้านงานภาพคงต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ตรงตามมาตรฐานมากสำหรับซีรีส์ยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและหาได้ยากในยุคนี้ เพราะเนื่องจากค่าใช้จ่ายอนิเมะต่อตอนที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพอนิเมะเรื่องยาวเผาค่อนข้างเยอะ แต่เรื่องนี้กลับไม่ค่อยเห็นงานเผามากซะเท่าไหร่ ทำให้เรื่องนี้สามารถดูได้สนุกกับงานศิลป์ภายในเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นเหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่ต้องยอมรับเลยว่าการเล่าเรื่อง และการทำฉากแอ็กชั่นทำออกมาได้น่าพึงพอใจอย่างมาก ที่ไม่ยืดและไม่น้อยเกินไป สู้กันได้สนุก ต่อยกันมันส์ ทำได้พอดีพอเหมาะ พร้อมมีเซอร์วิสแทรกบ้างเกือบแทบทุกตอน(สาว ๆ ภายในเรื่องน่ารักทุกคน) เรียกได้ว่าค่อนข้างอิ่มเอมและอยากดูต่อเลยทีเดียวหลังจากที่จบซีซั่นแรกไปสิบสองตอน

เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างอนิเมะและมังงะ คงต้องบอกเลยว่าลายเส้นในอนิเมะจะเป็นแบบเด็กมากกว่าที่จะเหมือนในมังงะที่ออกแบบมาเหมือนเป็นผู้ใหญ่ ส่วนการเล่าเรื่องจะเล่าตามมังงะเลย ยังไม่เห็นฉากเนื้อเรื่องเสริมที่มีแค่ในอนิเมะ อาจจะเป็นเพราะพึ่งเริ่มสิบสองตอนแรก ทำให้ระยะห่างระหว่างมังงะและอนิเมะค่อนข้างไกล อนิเมะจึงสามารถทำให้กระชับได้ไม่ยืดเหมือนอย่างแฟรี่เทล

อนิเมะยังไม่จบและยังมีต่อ

สำหรับเน็ตฟลิกซ์ที่นำมาฉายนั้นมีเพียงแค่ 12 ตอนเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันต้องรอให้ทางญี่ปุ่นฉายไปเรื่อย ๆ สัปดาห์ละตอนไปก่อน และเมื่อฉายครบ 12 ตอน เน็ตฟลิกซ์ถึงจะนำมาลง เรียกได้ว่าเราคงต้องรอไปอีกประมาณ 1-2 เดือนถึงจะได้ดูซีซั่น 2 กัน แต่ถ้าใครอยากอ่านมังงะก่อน ก็มีแบบลิขสิทธิ์ในไทยให้อ่านกันได้แล้ว

สรุปถ้าใครยังไม่เบื่อมังงะหรืออนิเมะแนวพลังมิตรภาพ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สนุกมากอีกเรื่อง ที่มีปมและปัญหาที่ค่อนข้างน่าสนใจ และงานอนิเมะที่ทำออกมาได้ดีกระชับ ฉากต่อสู้มันส์ ไม่ยืดทำให้เราได้ทั้งเนื้อเรื่องและความสนุกไปพร้อมกัน จึงเป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ดู

เวลาต่อตอน: 20 นาที

พากย์: ไทย/ญี่ปุ่น/อังกฤษ

จำนวนตอน: 12 ตอนใน Netflix

จำนวนหนังสือที่ออก 11 เล่มแปลไทย

 

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!