playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว The Coldest Game เกมลับหมากรุกอัจฉริยะ ชี้ชะตาชนวนระเบิดสงครามโลก

สรุป

อัดแน่นด้วยบทภาพยนตร์ที่ครบถ้วน การถ่ายภาพและลำดับภาพที่สอดคล้องระหว่างเรื่องจริงและภาพยนตร์ได้ดี เสียดายที่ภาพยนตร์ยังขาดความสมดุลไปเสียหน่อย ทำให้อาจงงกับเรื่องราวและไม่เข้าใจสารที่ต้องการสื่อได้นัก

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
5 (1 vote)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • บทภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาและไอเดียดีมาก ในการสร้างเรื่องราวเชื่อมโยงหนังกับเหตุการณ์จริง
  • การถ่ายภาพและลำดับภาพที่ออกมาน่าสนใจ ระหว่างเหตุการณ์จริงกับภาพยนตร์
  • Bill Pullman รับบทเป็น Joshua Mansky ได้อย่างมีสเน่ห์ ดูมีความอัจฉริยะจริงๆ

Cons

  • เรื่องราวบางช่วงก็ราบเรียบ บางช่วงก็อัดเนื้อหาไป จนอาจให้เกิดความงงในเนื้อหาภาพยนตร์ได้
  • บทภาพยนตร์ที่สร้างตัวละครให้น่าจดจำได้เพียงแค่ Joshua Mansky และ ผู้อำนวยการพระราชวังเท่านั้น
  • เสียดายเนื้อเรื่องที่หลายส่วนปูมาดี แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงท้ายเรื่อง

The Coldest Game – เกมลับสงครามเย็น Netflix ภาพยนตร์อาชญากรรมคุณภาพและชาญฉลาด อิงประวัติศาสตร์สงครามเย็น ผ่านการแข่งขันหมากรุกระหว่างสองชาติมหาอำนาจของโลก 

เรื่องย่อภาพยนตร์

ภาพยนตร์ระทึกขวัญจากประเทศโปแลนด์ โดย Netflix เรื่องราวเกี่ยวกับยุคสงครามเย็น ดำเนินเรื่องโดย Joshua Mansky อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ เขาได้เป็นตัวแทนสหรัฐในการแข่งขันหมากรุกกับสหภาพโซเวียต แต่ในการแข่งขันมีอะไรที่มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองและสถานการณ์ความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น การหาตัวคนทรยศภายในทีม และหาทางหยุดความขัดแย้งระดับโลกนี้ไว้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามรับชมได้ใน Netflix ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลยนะครับ

รับชมออนไลน์ : คลิกชมที่นี่

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Coldest Game – เกมลับสงครามเย็น

จากการรับชมตัวอย่างนับมีเค้าโครงที่น่าสนใจอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าหรือโทนของภาพยนตร์ที่ดูเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ การอิงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ทำให้ภาพยนตร์ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเล่นประเด็นโดยมีหมากรุกเป็นตัวเชื่อมโยงทำให้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ความคาดหวังมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว มาดูกันเถอะครับว่าจะเป็นไปตามที่เราหวังไว้หรือไม่ บอกก่อนว่าบทความนี้มีการสปอยล์เล็กน้อยนะครับ

The Coldest Game
The Coldest Game

ข้อดีของภาพยนตร์

ตามความรู้สึกของผมนะครับ พบว่า…ตามคาดในหลายส่วน บทภาพยนตร์ว่าด้วยการดำเนินเรื่องราวและเนื้อเรื่องมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เรียกว่าทางผู้เขียนบทอย่าง Lukasz Kosmicki และ Marcel Sawicki ทำการบ้านมาดีมากเลยครับ ทั้งสองคนได้มีการประสานเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ เชื่อมกับสถานการณ์ภายในภาพยนตร์ได้อย่างสมจริง ในขณะที่การแข่งขันหมากรุกมีเรื่องลับลมคมในอยู่ ช่วงที่เกิดผลกระทบกับพวก Joshua Mansky ก็เกิดเช่นเดียวกับสถานการณ์โลกภายนอก การเชื่อมโยงเรียกว่าสัมพันธ์กันอย่างเห็นได้ชัด จนบางครั้งเรารู้สึกถึงการเล่าเรื่องที่ชาญฉลาดและไม่สูญเสียสารภายในเรื่องเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดในภาพยนตร์เรื่องนี้

Joshua Mansky
Joshua Mansky

นอกจากนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีมุมกล้องที่ทำออกมาได้ดีงามมาก หลายฉากดูจัดองค์ประกอบได้ดี รวมถึงมีการนำเสนอภาพได้ดูย้อนยุคอย่างสมจริง ความรู้สึกที่เราได้รับราวกับกำลังชมเหตุการณ์จริงภายในช่วงยุคนั้นเลยละครับ ในงานด้านภาพจะไม่ดีขนาดนี้หากขาดการลำดับภาพที่ดีไป การลำดับภาพภายในเรื่องทำออกมาได้เข้ากับบทภาพยนตร์ สถานการณ์สองสถานการณ์มีความสอดคล้องกันเรื่อยมา การเริ่มจุดไฟทีละนิดจนนำไปสู่บทสรุปที่อันแข็งแรงในช่วงท้ายเรื่อง นั่นส่งผลให้สองส่วนผสมนี้ทำออกมาค่อนข้างลงตัวเลยละครับ

The Coldest Game Cinematic
Cinematic

ข้อเสียของภาพยนตร์

หากจะพูดถึงข้อเสีย คงต้องบอกเลยว่าภาพยนตร์ค่อนข้างจะไม่มีความสมดุลนัก แม้จะมีบทที่มีเนื้อหาน่าสนใจ แต่การเล่าเรื่องในบางช่วงกลับราบเรียบไร้พลัง นั่นส่งผลให้เรื่องค่อนข้างเรียบ ในบางฉากก็มีการอัดเนื้อหาที่เยอะจนเกินไป จนผู้ชมหลายท่านอาจรู้สึกตามเรื่องราวได้ไม่ทันและจับใจความภายในเรื่องได้ยากกว่าที่คาด นั่นส่งผลให้ภาพยนตร์มีความเฉพาะกลุ่มกว่าที่คิด หากได้ผู้กำกับที่มีประสบการณ์เล่าเรื่องดังกล่าว คงจะเสริมพลังของภาพยนตร์ได้น่าจดจำมากยิ่งกว่าเดิม

แม้จะมีข้อดีในส่วนของบทภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาดี การสอดแทรกเหตุการณ์จริงกับภาพยนตร์ได้เยี่ยม และบทพูดที่คมคายในหลายฉาก แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการสร้างตัวละคร ตัวละครหลายตัวเราไม่รู้สึกผูกพันเท่าไรนัก รวมถึงการไม่ได้เห็นความเป็นมนุษย์เท่าที่ควร นอกจากตัวละครอย่าง Joshua Mansky และ Alfred หรือผู้อำนวยการของพระราชวังของโปแลนด์ เราจำตัวละครอื่นแทบไม่ได้เลย รวมถึงไม่ได้เห็นความเป็นมนุษย์ของแต่ละตัวละครอีกด้วย ฝั่งสหรัฐเราก็จะเห็นมุมมองหนึ่งเหมือนสีขาว ส่วนโซเวียตเราก็จะเป็นเป็นสีดำ มันดูแตกต่างกันเกินไป จนทำให้นี่กลายเป็นจุดด้อยของภาพยนตร์ไปโดยปริยาย

The Coldest Game
Joshua Mansky

ตรงนี้จะเป็นสปอยล์เล็กน้อยนะครับ หากรับชมแล้วหรือไม่มีปัญหากับการสปอยล์ สามารถอ่านได้เลยครับ

สปอยล์เนื้อเรื่อง

ในภาพยนตร์เหมือนการจำกัดใจความเรื่องของการหลอกล่อทางการเมืองระหว่างประเทศเอาไว้ เหมือนเล่นเกมหักเหลี่ยมที่โซเวียตได้วางไว้ ให้สหรัฐกลายเป็นผู้กระทำผิดไปทั่วโลกด้วยการใช้หนอนบ่อนไส้ของสหรัฐในการส่งสาร ให้แก่ Joshua Mansky อย่างฉากจุ๊กกอกนี่เห็นได้ชัดเลยครับ หากสารนั้นถูกส่งไปจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เรื่องราวของประวัติศาสตร์โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด จากข่าวสารปลอมทำให้สหรัฐอาจโจมตีไปที่คิวบา นั่นจะทำให้อเมริกากลายเป็นผู้ร้ายของโลกนี้เลยครับ แต่การที่มี John Gift มาช่วยแก้เรื่องราวได้อย่างพอดิบพอดี เปลี่ยนให้สหรัฐเข้าใจสถานการณ์ได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และเลือกที่จะเรือที่บรรทุกอาวุธสงครามทุกชนิด ต้องหันหัวเรือกลับในทันที นั่นส่งผลให้สงครามที่คิวบาไม่เกิดขึ้น จนก่อไปเกิดผลในช่วงท้ายเรื่องที่เกิดสนธิสัญญาสงบศึกขึ้นมา

นอกจากการวีรกรรมที่เกิดขึ้นจากทั้งศาสตราจารย์ Mansky และ Gift ยังมีอีกความร่วมมือหนึ่งที่ภาพยนตร์ให้เราได้เห็น นั่นคือการสละการแข่งหมากรุกของตนเองกับโซเวียตของ Mansky ลองคิดดูหากเขาไม่ทำในภาพยนตร์ จะเกิดอะไรขึ้นกับ Gift…เขาจะกลายเป็นถูกจับได้และมีชะตากรรมไม่ต่างจาก Alfred แต่สุดท้ายเขาได้เสียสละส่วนหนึ่งเพื่อรักษาไว้ เหมือนกับที่ Mansky ได้บอกไว้กับ Alfred ในช่วงอยู่บนถนนกับคำว่า ‘ยอมสละในตอนแรก อาจทำให้เราได้ความเข้มแข็งครั้งใหญ่’ มันอาจเป็นคำพูดที่จับใจมาก หากได้มีการกล่าวในช่วงท้ายเรื่องอีกครั้ง แต่เสียดายที่มันไม่ได้เกิดการกล่าวขึ้นอีกเลย ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีส่วนประกอบที่ดี แต่ก็ไปได้ไม่สุดนัก

The Coldest Game Netflix
เกมหมากรุกระหว่างสองชาติมหาอำนาจแห่งยุค

อีกเรื่องหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพบนสตรีมมิ่งของ Netflix บทที่ชาญฉลาด การถ่ายภาพที่สวยงาม การลำดับเรื่องราวที่ตัดสลับระหว่างเหตุการณ์จริงและภาพยนตร์ได้อย่างสอดคล้องกัน และ Bill Pullman รับบทเป็น Joshua Mansky ได้อย่างมีเสน่ห์ แต่มาตกม้าตายกับการเล่าเรื่องที่บางช่วงก็ราบเรียบไป บางช่วงก็อัดเนื้อหามากจนเกินไป ส่งผลให้ขาดความสมดุลของภาพยนตร์ที่ดีไป หากได้ผู้กำกับที่ประสบการณ์ในการเล่าเรื่องที่ดีกว่านี้อย่าง David Fincher และมีการปรับปรุงด้านตัวละครอื่นภายในเรื่องด้านความเป็นมนุษย์ เรื่องนี้จะกลายเป็นภาพยนตร์สงครามเย็นที่น่าสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลยละครับ

ระดับความน่าชม : หากชอบภาพยนตร์ที่มีความซับซ้อน อิงประวัติศาสตร์ ชาญฉลาด ภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นภาพยนตร์ที่คุณห้ามพลาด

สามารถฟังเพลงประกอบภาพยนตร์ได้ผ่าน Youtube : คลิกฟังที่นี่

สามารถฟังรีวิวในรูปแบบ Spotify 09/02/2020 Coming Soon สามารถฟังเรื่องอื่นๆก่อนได้นะครับ : คลิกฟังที่นี่


ติดตามรีวิวหนังในเว็บไซต์คลิกที่นี่

Leave a comment
The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด!