playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Dolemite Is My Name เอ็ดดี้เมอร์ฟี่คัมแบ็คลง Netflix

Dolemite Is My Name

สรุป

หนังสร้างจากชีวประวัติของโดเลอไมต์ จากคนตกอับในชีวิตสู่ดารานักแสดงที่คนจดจำ ดูแล้วได้แรงบันดาลใจให้ชีวิตไล่ตามฝัน หนังได้นักแสดงเอ็ดดี้ เมอร์ฟี่คัมแบ็คกลับมาเล่นในบทตลกดราม่า ที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในบทที่ดีอันดับต้นๆ ที่เขาเคยได้รับมา

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • การแสดงของเอ็ดดี้ เมอร์ฟี่
  • เรื่องราวสร้างฝันมองอุปสรรคในชีวิตเป็นแง่บวก
  • เรื่องจริงกับความบ้าของโดเลอไมต์

Cons

  • หนังตลกแร็ปคนดำอาจจะเข้าไม่ถึงคนไทยสักเท่าไหร่
  • เกือบเป็นหนังคัลท์ดูสนุกเฉพาะกลุ่ม

Dolemite Is My Name โดเลอไมต์ ชื่อนี้ต้องจดจำ (คลิกรับชมได้ที่นี่) หนัง Original Netflix ที่ได้เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ (Eddie Murphy) สุดยอดดาราตลกผิวสีจากยุค 80s (ผลงานสร้างชื่อ โปลิศจับตำรวจ Beverly Hills Cop) ซึ่งช่วงนั้นเขาดังมากก่อนที่กระแสจะจางหายไปในช่วงหลัง เหลือแค่การพากษ์เสียง Donky ลาเพื่อนสนิทของ Shrek ในทุกภาคที่ยังถือว่าเป็นผลงานที่ทำให้คนจดจำเขาได้ (ที่อเมริกาก็ยังมีผลงานลง TV  ตลอด แต่ไม่ดังที่ไทย) มาคราวนี้เขาได้เล่นหนังสร้างจากชีวประวัติ Rudy Ray Moore ที่ใช้ชื่อฉายาว่า “โดเลอไมต์” ตลกนักร้องเดี่ยวไมโครโฟน เจ้าของฉายา บิดาแห่งการแร็ป (Godfather of Rap) ซึ่งผันตัวเองมาทำหนัง เล่นเอง ลงทุนเองทั้งหมด แม้จะต้องเดิมพันทั้งชีวิตหมดตัวถึงขั้นล้มละลาย แต่เพื่อไล่ตามความฝันที่อยากให้ผู้คนได้จดจำชื่อของเขาไว้ตลอดไป

นี่เป็นหนังซ้อนหนังเกี่ยวกับการสร้างหนังยุค 70s ที่หน้าหนังอาจจะไม่ชวนดูจากความเชยหลายๆ อย่าง แถมตัวเนื้อเรื่องที่สร้างจากชีวประวัติ Dolemite ก็ไม่ได้เป็นคนดังที่คนไทยรู้จักกันเลยสักนิด แต่ก็ต้องการันตีกันเลยว่า หนังมีความน่าสนใจเมื่อ “เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่” กลับมาแสดง แถมเป็นบทที่เเกือบหมือนกับชีวิตตัวเขาเองเสียด้วยซ้ำ จัดเป็นงานคัมแบ็คคุณภาพที่อยู่ในลิสต์ต้นๆ ของหนังที่เขาเคยแสดงมา ประกอบกับเรื่องราวชีวิตโดเลอไมต์ก็มีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

รีวิว โดเลอไมต์
โดเลอไมต์

Dolemite Is My Name นำเสนอเรื่องราวของ Rudy ก่อนจะมาเป็น “โดเลอไมต์” ที่ไม่ใช่เกิดจากโชคช่วยหรือพรสวรรค์ แต่มาจากพรแสวงอย่างหนักให้ผู้คนจดจำเขาได้ จากเดิมที่เขาเพียงพนักงานในร้านขายแผ่นเสียงธรรมดา ที่ใช้เวลาฝึกทำเพลงร้องเพลงหาทางให้คนรู้จัก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมาค่อนชีวิต ก่อนจะได้โอกาสทดลองเดี่ยวไมโครโฟนในผับที่เขาทำเป็นงานเสริมครั้งแรก และได้รับการตอบรับอย่างดี จนกลายเป็นจุดพลิกทำให้เขาเริ่มคิดไกลออกแผ่นเสียงขาย (เป็นยุคก่อนเทปคาสเซ็ตจะมาบูม) แม้จะหาทุนมาผลิตจนสำเร็จ แต่ก็ไม่มีร้านที่ไหนรับไปขาย เนื่องจากมุกที่เขาเล่นมันสัปดนเกินกว่าที่ร้านบนดินจะกล้าขาย สุดท้ายก็เลยตระเวณเปิดท้ายรถขายเอง แล้วก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นงานอินดี้สุดฮิตในหมู่คนดำ จนค่ายเพลงสนใจเอาเขาเข้าสังกัด และก็ดังจนติดชาร์ทบิลบอร์ดจนได้

แต่ความฝันเขาไม่ได้หยุดแค่นั้น จากนักร้องแร็ปตลกเดี่ยวไมโครโฟนยุคแรกกลับฝันไกลไปยังวงการหนังฮอลลีวู๊ด ที่ซึ่งยุคนั้นคนผิวขาวยังมีอิทธิพลอย่างสูง เขาคิดสร้างหนังโดยเอาชื่อโดเลอไมต์มาใช้ทำเป็นมูวี่ แต่วงการนี้ไม่ง่าย งานสร้างหนังเรื่องนี้กลายเป็นการเดิมพันหมดตัวเพื่อทำฝันให้เป็นจริง

นี่เป็นเรื่องราวการไล่ตามความฝันของชายคนหนึ่ง ซึ่งทุกคนเคยบอกว่าเขาไม่ใช่ เขาเป็นไม่ได้ แม้แต่พ่อของเขาเอง แต่เขาไม่เคยย่อท้อต่อคำกล่าวเหล่านั้น และบุกเบิกสร้างทางให้ตัวเองมาตลอดชีวิตจนประสบความสำเร็จ และยังนำพาเพื่อนพ้องมาร่วมทีมสร้างฝันนี้ให้สำเร็จด้วยกันเป็นทีม แม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในการทำหนังเลยก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อมั่นในมุมมองของตัวเองสุดโต่งว่า เนื้อเรื่องแนวแอ็กชั่น นักฆ่ากังฟูคนดำ+กองทัพกังฟูหญิง มันดี สนุก ฮา แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นี่จึงเป็นงานสร้างหนังอินดี้ที่ใส่ความเป็นตัวเองลงไปทั้งหมด ซึ่งในสายตาคนนอกมีแต่คนส่ายหน้า หนังไม่ได้รับการยอมรับจากสตูดิโอจัดจำหน่าย หรือแม้จากตัวผู้กำกับเรื่องนี้เองก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าผลงานของตัวเองเจ๋งแน่นอน สุดท้ายความพยายามเขาก็ไม่สูญเปล่า และวงการฮอลลีวู๊ดก็ต้องหันกลับมาทบทวนว่าพลาดไปอย่างแรงกับหนังจากลูกบ้าของโดเลอไมต์คนนี้

Dolemite
โปสเตอร์หนังต้นฉบับจริงของปี 1975

เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ถอดแบบโดเลอไมต์ออกมาเหมือนช่วงที่ตัวเองเคยรุ่งเรืองจากนักแสดงแอ็กชั่นคอมเมดี้แบบเดียวกัน นี่เป็นงานที่ไม่ใช่เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ก็คงหาใครมาเล่นได้ยาก ซึ่งเอ็ดดี้เองก็มีจุดเริ่มเข้าวงการจากการเป็นเดี่ยวไมโครโฟน แล้วกลายมาเป็นตลกแถวหน้าของวงการฮอลลีวูดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งเขาเล่นเป็นโดเลอไมต์ได้อย่างมีเสน่ห์ ไม่แปลกใจที่ว่าทำไมใครหลายคนที่เขาโน้มน้าวให้มาช่วยทำหนังตามฝันของเขา จึงตกลงร่วมหัวจมท้ายลูกบ้านี้ด้วยกันมากมาย

หนังมีมุกแก๊กตลกในเรื่องที่เกิดจากโดเลอไมต์ดัดแปลงใส่ลงไปเอง โดยที่ผู้เขียนบทที่เขาดึงมาจากละครเวทีไม่ได้เขียนไว้ ซึ่งก็บ้าบอมากหลายๆ อย่าง เช่น ฉาก sex กับสาวผิวขาวจนห้องถล่มเพดานพังลงมา รวมถึงมุกตลกจากเส้นทางธุรกิจที่มาจากเรื่องจริงอย่าง สตูดิโอมาจากตึกร้างไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องขโมยไฟจากตึกข้างๆ มาแทน

นี่เป็นหนังที่ดูแล้วสร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตไล่ตามฝัน แม้จะมีอุปสรรคมากแค่ไหน ขอแค่ไม่ท้อถอยสักวันก็มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริงได้ และก็ไม่ต้องไปแคร์คนนอกที่มาวิจารณ์ความฝันของเรา อย่างที่หนังโดเลอไมต์เรื่องจริงถูกนักวิจารณ์สับเละก่นด่าหนังก่อนฉายไม่มีชิ้นดีว่า “มีแต่คนตาบอดกับหมาเท่านั้นที่ดูสนุก” แต่สุดท้ายอย่างที่โดเลอไมต์บอกทีมงานว่า กาารที่สร้างหนังออกไปฉายได้สำเร็จ นั่นก็คือชัยชนะที่แท้จริงของพวกเราแล้ว

ฉาบจบรอบเวิลด์พรีเมียร์ของหนังยังแสดงให้เห็นถึงแก่นแท้ของความสำเร็จที่โดเลอไมต์มีนอกจากพรแสวง นั่นคือความจริงใจให้แก่ทุกคนไม่ว่าใคร สิ่งนั้นเองจับใจผู้คนให้มาร่วมติดตามสนับสนุนผลงานเขา จนกลายเป็นหนึ่งในดารานักแสดงตลกที่ผู้คนจดจำชื่อเขาได้จริงๆ

ตัวอย่างหนัง Dolemite Is My Name โดเลอไมต์ ชื่อนี้ต้องจดจำ

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!