playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

กดคลิกจองแผ่น PS4 ผ่านร้านบานาน่าที่นี่

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6)

สรุป

เป็นซีรีส์ที่เดินเรื่องด้วยปริศนาตั้งแต่เปิดเรื่องขึ้นมา ตัวเรื่องมีมุมมองทางจิตวิทยาเป็นแรงผลักดันสำคัญของเรื่องไปยังทุกการกระทำ เนื้อเรื่องมีความดาร์ค เศร้าปนเหงา ตลก อบอุ่นครบทุกอารมณ์ในทุกตอน ตัวเรื่องดำเนินไปแบบคาดเดาไม่ได้ โดยไม่ได้เน้นเรื่องราวหักมุม (แทบไม่มีเลย) งานภาพที่ถูกครีเอทออกมาสะท้อนเรื่องราวและสวยงามน่าทึ่งตลอดเวลา ดารานักแสดงที่ลงตัวเหมาะสมกับบท นี่จึงเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ที่ถูกคิดและบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตสวยงามทุกรายละเอียดจนแทบไร้ที่ติในตอนนี้เลยครับ

 

Overall
9.5/10
9.5/10
Sending
เรตติ้งเฉลี่ยจากผู้อ่าน
4.63 (8 votes)

จุดเด่น

  • งานภาพที่สวยโดดเด่นแปลกตาตลอดเวลา
  • เนื้อเรื่องมีความแปลกใหม่ตั้งแต่เแรกเริ่ม
  • โรแมนติกกับตลกร้ายไปพร้อมกัน
  • สะท้อนเรื่องจริงในชีวิตผ่านนิทานในแต่ละตอนไม่ซ้ำกัน
  • นำเสนอที่มาอาการของผู้ป่วยโรคจิตเภทได้ลึกซึ้งกินใจ
  • นางเอกสวยงดงามทั้งเสื้อผ้าหน้าตา
  • ฉากของเรื่องมีความเพ้อฝันแบบแฟนตาซี
  • พระเอกหน้าตางดงามตามบทและโดดเด่นสอดคล้องกับบทบาทที่ได้รับ
  • การแสดงในบทพี่ชายออทิสติกของพระเอกที่น่ารักและหดหู่ไปพร้อมกัน
  • ความสัมพันธ์ของตัวเอกหลักทั้ง 3 คน น่าสงสาร เศร้า หดหู่ แต่ก็มีความอบอุ่นลึกซึ้งอยู่ทุกตอน

จุดด้อย

  • มีความติสท์ของเนื้อหาและการนำเสนอที่ผู้ชมซีรีส์เกาหลีปกติอาจจะเข้าไม่ถึงหรือไม่คุ้นเคยได้ง่ายๆ

It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน ซีรีส์เกาหลี Netflix เรื่องของคนสองคนกับความรักในเชิงจิตวิทยาที่เศร้า เหงา โรแมนติก และตลกไปพร้อมกัน

 It's Okay to Not Be Okay (2020) on IMDb

ตัวอย่าง It’s Okay to Not Be Okay (ตัวอย่างมี 2 เวอร์ชั่นของนางเอกกับพระเอก)

หมายเหตุ: รีวิวจากการรับชม 6 ตอน และจะมีอัพเดทต่อไปจนจบ ไม่มีสปอยล์เนื้อหาสำคัญ

ซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ของค่าย tvN ที่มาลง Netflix พร้อมกัน ออนแอร์ทุกสามทุ่มวันเสาร์-อาทิตย์ เรื่องราวของคนสองคนที่ผูกพันกันด้วยโชคชะตา แต่นิสัยใจคอของทั้งคู่แตกต่างกันมาก “มุนคังแท” (รับบทโดย คิมซูฮยอน) พระเอกของเรื่องเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนย้ายที่อยู่ที่ทำงานไปเรื่อยๆ กับพี่ชายที่เป็นออทิสติก “โกมุนยอง” (รับบทโดย ซอเยจี) นางเอกผู้เป็นนักเขียนนิยายเด็กที่มีชื่อเสียงในแนวดาร์ค และตัวเธอเองก็เป็นพวกต่อต้านสังคม มีความรุนแรงพร้อมระเบิดอารมณ์อยู่เสมอ แต่ทั้งคู่กลับตกหลุมรักกันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดของกันและกัน เรื่องราวความรักนี้จึงไม่ธรรมดาแน่นอน…

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 1ต้องบอกว่ามีความแปลกของเนื้อเรื่องแบบที่คาดเดายากว่าจริงๆ จะดำเนินไปเช่นไร เพราะนอกจากบุคลิกนิสัยตัวเอกทั้งคู่จะแปลกพิดารกว่าทั่วไปแล้ว เรื่องยังนำเสนอหลายอย่างกึ่งๆ เหนือจริงผสมเข้าไปด้วย ทั้งในแบบแฟนตาซี ผี จินตนาการ เพ้อฝัน โดยที่เก็บงำความลับเนื้อเรื่องไว้ค่อนข้างมากตั้งแต่เปิดฉากมาเลย เรื่องให้ทั้งคู่มาเจอกันโดยบังเอิญ ก่อนจะตัดแฟลชแบ็คย้อนอดีตที่มีความหลังร่วมกัน โดยไม่ชี้ชัดว่าทำไมถึงจำกันไม่ได้ แม้จะรู้สึกว่าใช่คนที่เคยเจอในตอนเด็กแน่นอน โดยมีนิทานของนางเอกมาเป็นตัวคั่นบอกเล่าปริศนานี้ว่า มีเด็กถูกลบฝันร้ายในความจำออกไปจากการไปขอแม่มด  แต่แล้วกลับพบว่าการลบความจำนั้นไปไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก มนุษย์ควรจะจดจำบาดแผลในใจไว้อยู่ เพื่อเติบโตแข็งแกร่งขึ้นมาจากประสบการณ์ในอดีตที่เลวร้าย ซึ่งตัวนิทานของนางเอกจะมีบอกเล่าเพิ่มทุกตอน ทั้งเรื่องที่แต่งขึ้นมาใหม่ และนิทานที่มีอยู่แล้วอย่าง เจ้าหญิงนิทรา ราพันเซล เคราน้ำเงิน  และเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏในแต่ละตอน เป็นการบอกเล่าเฉลยอ้อมๆ ถึงปริศนาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ทำให้ตัวเรื่องมีความเพ้อฝันหลอนๆ ลี้ลับกึ่งแฟนตาซีอยู่ตลอดเวลา

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 2นอกจากเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาตั้งแต่แรก สิ่งที่มาช่วยเน้นให้เรื่องนี้ไม่ธรรมดายิ่งขึ้นไปอีกก็คือ งานภาพที่งดงามวิจิตรพิสดารแปลกใหม่ตลอดเวลา ทั้งการใช้เงาสะท้อนกลับในมุมต่างๆ การถ่ายทำด้วยมุมกล้องหวือหวาแม้จะเป็นซีนตามทางทั่วไป การตัดต่อเชื่อมฉากหนึ่งไปอีกฉากแบบมีลูกเล่นไม่ธรรมดา การใช้ภาพแอนิเมชั่นลายเส้นจากนิยายของนางเอกที่เป็นแนวดาร์คแฟนตาซีหลอนๆ มาเล่าเรื่องแทนในบางครั้ง การใส่กรอบภาพพร้อมแสงสีฟุ้งนวลเหมือนจินตนาการเวลาแฟลชแบ็ค รวมถึงฉากแบบแฟนตาซีกับชุดสีเข้มลึกลับแนวโกธิคของนางเอกที่ตัดมาเป็นจินตนาการ แม้แต่การตัดภาพเล่าเรื่องเปลี่ยนนางเอกเป็นแนวสัตว์ประหลาดยักษ์เลยก็มี (แบบพวกหนังก็อดซิล่า) เรียกว่าเราสามารถมองข้ามเนื้อเรื่องไปแล้วสนุกกับการได้เห็นมุมมองวิชั่นด้านภาพที่สวยงามแปลกประลาดของเรื่องนี้ล้วนๆ เลยก็ยังได้ ซึ่งงานภาพแนวนี้ที่โดดเด่นเลยของฝรั่งต้นตำหรับก็มาจากผู้กำกับ ทิมเบอร์ตัน (ตัวอย่าง อลิซในแดนมหัศจรรย์เวอร์ชั่นล่าสุด) ที่หลายคนคงเคยดูมาบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้หลายส่วนก็มีความเหมือนแนวทางของทิมเบอร์ตันเป็นอย่างมาก แต่นี่คือเรื่องดีเพราะทำให้เห็นเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้ตั้งใจครีเอทรายละเอียดสร้างสรรค์กันทุกจุดจริงๆ

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 3แม้ว่าทั้งตัวเรื่องและงานภาพจะโดดเด่นแปลกตามาก แต่เรื่องก็ไม่ได้ทิ้งแนวทางโรแมนติกของเกาหลีไป มีฉากขายฝันโรแมนติกของทั้งคู่ตลอดเวลาที่พบหน้ากันทุกครั้ง และก็ยังสอดคล้องไปกับความดาร์คที่เป็นธีมของเรื่องอยู่ มีฉากโรแมนติกจ้องหน้ามองตาใกล้ๆ แทบจะหายใจรดกัน ตัวภาพก็เลือกฟรีซนิ่งแช่ไว้แทบทุกครั้งที่มีฉากแบบนี้ให้คนดูได้อินฟินกันนานๆ ไปเลย

ถึงตัวเรื่องจะนำเสนอความดาร์คให้กับตัวละครทั้งคู่มีแบ็คกราวน์ชีวิตวัยเด็กที่เลวร้ายติดตัวจนมาถึงปัจจุบัน คนหนึ่งก็กลายเป็นพวกเร่ร่อนใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ผูกสัมพันธ์กับใคร อีกคนก็ต่อต้านสังคมสุดโต่งแบบไม่ไว้หน้าใคร แต่ว่าตัวเรื่องก็ไม่ได้ดูหดหู่อะไรมากนัก เพราะมีฉากตลกแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะๆ ตลอดเรื่อง แม้กระทั่งช่วงที่เรื่องน่าจะดิ่งลง แต่กลับยิงมุกตลกร้ายซ้อนเข้าไปพร้อมกัน ทำให้เรื่องดูไม่หนัก มีอารมณ์ตลกตัดกันกับอารมณ์หน่วงๆ ที่เป็นเมนหลักของเรื่องได้ดี

คนเราหนีจากโชคชะตาตัวเองไม่ได้ ..แต่มันจะไปสำคัญอะไร ในเมื่อเรานี่แหละ คือโชคชะตา

3 ตัวละครหลักของเรื่อง

ตัวนักแสดงหลักของเรื่อง คิมซูฮยอน ที่รับบทพระเอกหนุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยทางจิตในโรงพยาบาล รวมถึงการเฝ้าดูแลพี่ชายของเขาแบบแทบจะเป็นชีวิตจิตใจเล่นได้ดีมาก แม้จะมีฉากพยายามขายซิกแพ็คโชว์เรือนร่าง แต่ว่าการแสดงของเขากับใบหน้าตามบทที่ถูกเรียกจากนางเอกว่า “งดงาม” ก็เหมาะสมกันดี แถมด้วยตาโตๆ กับมุมปากเสยขึ้นแบบที่ในเรื่องบอกว่าทำให้พระเอกดูน่ากลัวเวลายิ้มเหมือนโจ๊กเกอร์ ทำให้เขาดูเป็นคนที่มีปมทางจิตจากบาดแผลในใจของตัวเอง และก็กลายเป็นความสามารถพิเศษที่เข้าใจคนที่มีปมทางจิตไปพร้อมกัน

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 4นางเอกซอเยจีเป็นหน้าตาของเรื่องนี้ เธอสวยแบบสะกดผู้ชมไว้ได้ตลอดเวลาทุกฉาก แถมด้วยแฟชั่นการแต่งกายที่ฉูดฉาดตัดกับทุกอย่างในซีนนั้นๆ ทำให้เธอมีสีสันที่โดดออกมาจากทุกสิ่งทุกอย่างในฉากตลอดเวลา และในเรื่องการแสดงกับบทนางเอกแนวอารมณ์ร้ายกึ่งโรคจิตก็ทำได้ดีเลย แม้จะรู้สึกว่าบทพยายามให้ฉากร้ายๆ ของเธอดูสวยไปด้วยทุกครั้ง แต่ก็ทำให้ฉากเหล่านั้นดูมีอะไรมากกว่าแค่การให้นักแสดงใช้บทพูดและอารมณ์เล่าออกมาเพียงอย่างเดียว และก็มีความเป็นตลกร้ายจากความคิดบิดเบี้ยวฉีกกรอบศีลธรรมของนางเอกปนอยู่ด้วยเสมอ

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 5นอกจากนี้ตัวละครหลักก็ไม่ได้มีแค่พระเอกนางเอก แต่เรื่องนี้พี่ชายออทิสติกของพระเอก “มุนซังแท” (รับบทโดย โอจองเซ) คือตัวละครหลักอีกคนที่แทบจะตัวติดกันกับพระเอกแทบทุกฉาก ด้วยบทถูกวางไว้เขามีห่วงดูแลพี่ชายตลอดเวลา แม้แต่อยู่ห่างไปก็ต้องโทรหาเสมอ ซึ่งอาการออทิสติกในเรื่องก็ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งน่าสงสารและมีความน่ารักควบคู่กันไป บทพี่ชายของพระเอกจึงมีความสำคัญกับเรื่องมาก และก็มีส่วนสำคัญกับอดีตอันเป็นปริศนาเกี่ยวกับการตายของแม่ และผีเสื้อสีฟ้าที่ตามมาหลอนเขาเสมอ แถมยังเป็นแฟนนิยายตัวจริงของนางเอก เขาจึงเป็นตัวผูกเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ใช่แค่ถูกวางเป็นบทสมทบอย่างที่คิด (ในโปรไฟล์ซีรีส์เป็นตัวละครหลัก)

It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน
It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน

บาดแผลในวัยเด็กคือความลับสำคัญของเรื่องนี้

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 6ตัวเอกทั้ง 3 คนต่างมีฉากแฟลชแบ็คย้อนกลับไปยังสมัยเด็กเป็นระยะๆ โดยเรื่องเผยให้เห็นว่าทั้ง 3 คนต่างมีอดีตดำมืดในเมืองบ้านเกิดที่เดียวกัน โดยพระเอกคือการสูญเสียแม่ไปจากการถูกฆาตกรรมปริศนา (พ่อเสียไปก่อนนานแล้ว) พี่ชายที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียวกลับจดจำอะไรไม่ได้นอกจาก “ผีเสื้อ” และก็กลายเป็นความกลัวผีสื้อทุกอย่างที่ฝังใจมากจนถึงปัจจุบัน ทางด้านของนางเอกคือปมปริศนาของครอบครัวที่เธอต้องสูญเสียพ่อกับแม่ไปในแบบไม่ปกติ ซึ่งตัวเรื่องค่อนข้างกุมความลับนี้ไว้แน่นหนา แม้จะรู้ว่าพ่อของเธอเกลียดชังเธอและปัจจุบันป่วยอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชที่พระเอกทำงานอยู่ แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในปราสาทลึกกลางป่าที่เป็นบ้านของเธอในอดีต

อาการทางจิตที่ต้องการคนมาเข้าใจและเยียวยา

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 7เป็นเรื่องที่เห็นเด่นชัดเอามากๆ ในเรื่องนี้ว่าต้องการนำเสนอมุมมองลึกซึ้งของคนป่วยเป็นโรคจิตเภทในแบบต่าง อย่างนางเอกจะเห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จากโรคลักขโมยสิ่งของ (kleptomania หรือ pathological stealing) เป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่ไม่สามารถยับยั้งใจต่อแรงกระตุ้นที่จะลักขโมยได้ ซึ่งตอนแรกอาจจะดูแค่ว่าเธอนิสัยไม่ดี แต่พอเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ อาการทางจิตของเธอจะแสดงออกมาหลายแบบเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และการแสดงออกถึงความรู้สึกตรงๆ ในแบบผิดปกติจากคนทั่วไป (ผู้เขียนสันนิษฐานว่าเธออาจจะเป็นโรคไม่เข้าใจอารมณ์คนอื่นด้วย ที่เรียกว่าแอสเพอร์เกอร์ ใครสนใจดูข้อมูลโรคนี้เเพิ่มเติมดูได้จากคลิปนี้ครับ โรคแอสเพอร์เกอร์ หรือบทความคลิกที่นี่)  ซึ่งตัวพระเอกเองมองเห็นและรู้ว่าเธอจิตไม่ปกติ แต่ตัวเขาเองก็เก็บกดความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ไว้จนบางครั้งก็ระเบิดออกมา  และการเยียวยาของเขาคือการยอมรับความรู้สึกที่ลึกๆ มีให้นางเอกตั้งแต่เด็ก แต่เขาก็ปฏิเสธมันไปด้วยตัวเองจนทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งในสภาวะจิตที่สะสมมาจนโตมาแบบไม่ปกติกันทั้งคู่ ซึ่งมันจะเป็นไปได้หรือกับความรักที่ต่างฝ่ายต่างไม่เหมือนคนปกติทั่วไปในสังคม นี่เป็นสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ตั้งคำถามไว้ และก็สอดคล้องไปกับชื่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 8และไม่ใช่แค่ตัวละครหลัก แต่เรื่องนำเสนอตัวละครใหม่แทรกเข้ามาเป็นเคสที่เกิดในโรงพยาบาลที่พระเอกทำงานอยู่ ซึ่งดำเนินเรื่องแบบให้ความสำคัญแยกออกมาเลย อย่างในตอน 3-4  เป็นเรื่องของลูกชายของ สส. ดังที่ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์ (โรคอารมณ์สองขั้ว) ที่ปกติจะถูกนำเสนอด้านดิ่งซึมเศร้า แต่ในเรื่องนี้นำเสนอด้านอารมณ์ดีเกินผิดปกติ และใส่อาการทางจิตอื่นๆ แบบโรคชอบโชว์ร่างกายของลับให้คนอื่นดู แม้จะดูตลกๆ แต่ว่าพอถึงจุดพีคของเรื่องกลับเป็นความเศร้าขึ้นมาทันที ซึ่งตัวเรื่องตั้งใจพาคนดูดิ่งขึ้นลงเหมือนการเป็นไบโพลาร์ของเรื่องเลย และก็ทำได้ถึงเอามากๆ กับการนำเสนอที่ตัดขั้วตลกกับเศร้ากันทันทีแบบนี้ และเรื่องก็แฝงมุมมองแง่คิดหลายอย่างให้กับคนดูด้วยเช่นกัน

ต่างคนต่างเยียวยากันและกัน

ตัวละครหลักทั้ง 3 คนในเรื่องต่างมีปมบาดแผลหลายอย่างในอดีต และก็ส่งผลมาถึงปัจจุบันกันทุกคน ซึ่งเรื่องจะค่อยๆ ให้ทั้ง 3 ได้ค่อยๆ เข้ามาเกี่ยวพันใช้ชีวิตด้วยกัน ในกรณีของพี่ชายออทิสติกของพระเอกที่ถูกปกป้องโดยพระเอกมาตลอด ลึกๆ กลับต้องการมีชีวิตเป็นของตัวเองในสิ่งที่เขารัก ซึ่งก็มาพบกับนางเอกที่เป็นนักเขียนนิทานเด็กที่มีปัญหาการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และต้องการคนมาเข้าใจ ส่วนตัวพระเอกคือ อดีตที่พยายามลบลืมไป และความรู้สึกที่ต้องแบกภาระพี่ชายไว้ตั้งแต่เด็ก แม้เขาจะต้องเสแสร้งก็ตาม ทั้งสามคนนี้เมื่อได้มาเกี่ยวพันกัน ต่างคนต่างก็เยียวยากันและกัน เรื่องราวส่วนนี้ได้ละมุนมาก เรื่องค่อยๆ เผยปม เผยความรู้สึกลึกๆ ที่แท้จริงให้กัน ซึ่งทั้งน่าสงสาร เศร้า หดหู่ แต่ก็มีความอบอุ่นลึกซึ้งอยู่ในเนื้อหาลึกๆ ทุกตอน

ปัญหาครอบครัวออทิสติกส์

ในเรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวของซังเทกับคังเท สองพี่น้องที่สลับบทบาทกันน้องชายต้องดูแลพี่ชายที่เป็นออทิสติกส์มาตั้งแต่เด็กเพราะแม่สั่งไว้ให้ดูแลพี่ชายไปตลอดชีวิต เป็นเหมือนภาระผูกพันกับเขาตลอดไปจนไม่อาจจะแบกรับชีวิตใครได้อีก ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่ใช่แค่สร้างมาในละคร แต่เกิดกับครอบครัวออทิสติกส์ทั้งโลก ที่พ่อแม่ก็ต้องดูแลลูกตลอดไป และพยายามฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด แต่พอมีลูกคนที่ปกติก็มักจะฝากฝังให้ดูแลคนที่เป็นออทิสติกส์ไปตลอด อาจจะด้วยมุมมองว่าพี่น้องต้องดูแลกัน แต่มันกลับกลายเป็นความรู้สึกไม่เท่าเทียมและก็น้อยเนื้อต่ำใจในฐานะลูกที่พ่อแม่รักไม่เท่ากันได้ และก็มักจะทำให้เป็นคนเก็บกดความรู้สึกนี้ไว้จนระเบิดออกมาได้ ซึ่งตัวเรื่องก็หยิบมาเป็นปมในจิตใจของพระเอกที่ลึกๆ อยากหลุดจากภาระนี้ถึงขั้นเกลียดพี่ชาย แต่อีกใจก็ตัดความรู้สึกพี่น้องไม่ขาด เพราะรู้ว่านี่ก็ไม่ใช่ความผิดของพี่เลยแม้แต่น้อย ตัวเรื่องในจุดนี้จึงเป็นอะไรที่กระชากหัวใจคนดูอย่างมากทุกครั้งที่มีฉากขัดแย้งกันทางอารมณ์ของซังเทกับคังเทแบบรุนแรง แม้จะจบลงด้วยดี แต่ว่าก็เป็นเหมือนบาดแผลในใจที่สะสมไว้เรื่อยๆ
ใครสนใจดูเรื่องราวแบบเดียวกันแนะนำเรื่องนี้เลย Atypical เรื่องราวครอบครัวเด็กออทิสติกที่ผิดแปลกแตกต่าง ซีรีส์น้ำดีมาก อาจจะดูฟีลกู้ดใสๆ แต่ตัวเรื่องนำเสนอปัญหาในครอบครัวแบบนี้ไว้ครบถ้วนมากๆ ครับ

เรื่องนี้มีส่วนแฟนตาซีหรือเรื่องเหนือธรรมชาติจริงหรือไม่?

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 9น่าจะเป็นคำถามสำคัญที่หลายคนติดตามดูและอยากรู้ว่าตัวเรื่องจะมีอะไรแบบนี้เข้ามาจริงๆ หรือไม่ เพราะหลายอย่างจากสิ่งที่ปรากฎในเรื่องให้คนดูเห็นดูเหมือนจะทำให้คิดว่าต้องมี แต่จากที่ดูถึงในตอนนี้ EP6 คิดว่าตัวเรื่องต้องการนำเสนอในรูปแบบเดียวกับหนังดาร์คแฟนตาซี Pan’s Labyrinth (ชื่อไทย อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต) ที่เล่นเรื่องจินตนาการของเด็กหญิงที่ต้องการหลีกหนีจากความโหดร้ายของยุคสมัยสงคราม โดยคิดว่าตัวเองคือเจ้าหญิงที่ต้องมีภาระหน้าที่ในอีกโลกหนึ่ง และตัวเรื่องต้องการให้ผู้ชมคิดตามว่าสิ่งที่เห็นเป็นจริงหรือไม่ โดยไม่มีคำตอบตรงๆ ไว้ในเรื่องเลย (แต่มีใบ้ว่าจริงไม่จริง) ซึ่งนางเอกในเรื่องนี้ก็คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงในนิทานเช่นกัน โดยมีตัวร้ายเป็นแม่กับพ่อของเธอ เรื่องเหนือธรรมชาติที่เห็นในเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนอาการป่วยทางจิตของนางเอกมากกว่า (เห็นภาพหลอน มโนเพ้อคิดไปเอง) ซึ่งถ้าเรื่องจะเป็นแฟนตาซีหรือมีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามา ก็อาจจะทำลายโครงเรื่องหลักของอาการป่วยทางจิตของนางเอกลงไปได้เลยครับ แต่ถ้าใส่มาก็ต้องมีเหตุผลมากพอจริงๆ หรืออาจจะเป็นแบบปลายเปิดในตอนจบแบบ Pan’s Labyrinth ด้วยเช่นกัน

การบอกเล่าเรื่องจริงผ่านนิทาน

ตัวละครหลักมีอดีตอันเลวร้ายฝังอยู่ แต่เรื่องไม่ได้เล่าออกมาตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้กลับเลือกใช้การเล่านิทานเปรียบเหมือนการเล่าเหตุการณ์จริงในอดีตแบบอ้อมๆ ซึ่งนิทานที่หยิบมาเล่า โดยเฉพาะเรื่องของนางเอกดูเหมือนจะเลวร้ายเอามากๆ อย่างเรื่อง เคราน้ำเงิน ที่ตัวเรื่องในนิทานคือ สามีเคราน้ำเงินเป็นคนรวยมีอำนาจ แต่มีความผิดปกติในจิตใจ มักฆ่าเมียตายแล้วตัดหัวเก็บไว้ในห้องเก็บของ จนมาถึงคนล่าสุดที่เขาห้ามแล้วไม่ให้เธอลงไปทีห้อง แต่เมื่อเธออยากรู้อยากเห็นลงไป สุดท้ายก็เลยพบจุดจบแบบเดียวกัน ซึ่งในเรื่องจริงพ่อนางเอกเข้าโรงพยาบาลจิตเวช แม่ตายแบบปริศนาที่ยังไม่คลี่คลายออกมา ตัวนิทานเคราน้ำเงินที่ถูกเล่าออกมาโดยนางเอกเองก็เป็นเหมือนการเฉลยเรื่องนี้แบบอ้อมๆ นั่นเองครับ

หมายเหตุเนื่องจากเนื้อหาส่วนนี้มีนิทานประกอบทุกตอน ผู้เขียนจะมาอัพเดทความเกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องภายหลังครับ

ตัวละครสมทบที่เด่นมากเช่นกัน

แม้ว่าตัวพระเอกนางเอกจะเด่นมากในเรื่อง แต่ตัวเรื่องก็มีบทให้ตัวละครสมทบหลายคนโดดเด่น อย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ บทผู้ช่วยประธานสำนักพิมพ์หนังสือของนางเอก ที่รับบทโดย Park Jin-Joo ที่นอกจากจะหน้าตาน่ารักมาก บทยังมีความกวนโอ้ยอยู่บ่อยๆ ลับหลังประธานที่ใส่การแสดงโอเวอร์แอ็กติ้งเข้ามาเยอะ ทำให้บทประธานสำนักพิมพ์นี้ก็เรียกเสียงฮาได้เรื่อยๆ เช่นกัน

รีวิว It’s Okay to Not Be Okay จิตวิทยาดาร์คโรแมนติก ตลก เศร้า เหงา อบอุ่น ครบทุกอารมณ์ (อัพเดท EP6) 10

เป็นซีรีส์ที่เดินเรื่องด้วยปริศนาตั้งแต่เปิดเรื่องขึ้นมา ตัวเรื่องมีมุมมองทางจิตวิทยาเป็นแรงผลักดันสำคัญของเรื่องไปยังทุกการกระทำ เนื้อเรื่องมีความดาร์ค เศร้าปนเหงา ตลก อบอุ่นครบทุกอารมณ์ในทุกตอน ตัวเรื่องดำเนินไปแบบคาดเดาไม่ได้ โดยไม่ได้เน้นเรื่องราวหักมุม (แทบไม่มีเลย) งานภาพที่ถูกครีเอทออกมาสะท้อนเรื่องราวและสวยงามน่าทึ่งตลอดเวลา ดารานักแสดงที่ลงตัวเหมาะสมกับบท นี่จึงเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ที่ถูกคิดและบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตสวยงามทุกรายละเอียดจนแทบไร้ที่ติในตอนนี้เลยครับ

เรตติ้งน้อยจนน่าใจหาย

แม้เรื่องจะมีรายละเอียดที่ปราณีตงดงาม และเต็มไปด้วยความหลากหลาย คาดเดาไม่ได้ แต่ว่าด้วยความที่เรื่องค่อนข้างแปลกแตกต่างจากแนวปกติไปมาก แม้จะมีความโรแมนติกสูงมากทุกตอน เรตติ้งในเกาหลีปัจจุบันถือว่าต่ำจนน่าใจหาย แค่เฉลี่ย 5% กว่าทุกตอน  และมีแนวโน้มลดลง แสดงให้เห็นว่าบางทีเกาหลีก็ไม่ได้อยากได้ซีรีส์ที่มีความแปลกใหม่ของเนื้อหาและทำได้ดีขนาดนี้ก็ได้

It’s Okay to Not Be Okay rating EP6
อ้างอิงจาก wiki https://en.wikipedia.org/wiki/It%27s_Okay_to_Not_Be_Okay

อ่านรีวิวซีรีส์เกาหลี Original Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

ตัวกรอง
Generic filters
คะแนน
Filter by Categories

แนวหนัง: Stream itSuper Heroแอ็กชั่นดราม่าตลกรักวัยรุ่นComing of Ageทริลเลอร์สืบสวนอาชญากรรมสยองขวัญผีซอมบี้ไซไฟแฟนตาซีอนิเมะAnimationเพลงกีฬาสงครามประวัติศาสตร์สารคดีชีวประวัติเรื่องจริงเด็กครอบครัวผู้หญิงLGTBซีรีส์ฝรั่งซีรีส์เกาหลีซีรีส์จีนซีรีส์ญี่ปุ่นหนังอินเดีย

ดาบพิฆาตอสูร ตอนจบ สปอยและสรุปการต่อสู้ทั้งหมดระหว่าง ทันจิโร่ เหล่าเสาหลัก กับ มุซัน ตั้งแต่บทสุดท้าย จนถึงฉากจบ