playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

[รีวิว+สปอยล์] Castlevania SS1-3 ขอเชิญพบกับความดำมืดของจิตใจมนุษย์ที่เหนือกว่าเหล่าปีศาจ

สรุป

การที่เห็นเกมสมัยที่เป็น 8-Bit ได้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในรูปแบบอนิเมชั่นอีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่ดีใจมาก ๆ ที่ได้เห็นตัวละครเก่ากลับมาพร้อมเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น ถ้าเป็นสาวก Castlevania ก็ไม่ควรพลาดซีรีส์นี้

Overall
8/10
8/10
Sending
User Review
4.75 (4 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • เนื้อเรื่องดิบเถื่อนเหมาะสำหรับคนชอบความสมจริง
  • ดัดแปลงจากเกมได้อย่างดีเยี่ยม
  • ตัวละครฝั่งร้ายน่าติดตามอย่างมาก
  • มีหลักปรัชญาให้น่าคิดตาม

Cons

  • การเคลื่อนไหวของภาพที่ไม่ลื่นไหลและน้ำหนักที่เบาบาง
  • เสียงประกอบ Effect ต่าง ๆ ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
  • ธีมและการเล่นประเด็นค่อนข้างจำเจไปซักหน่อย

Castlevania ซีรีส์เกมตระกูลแส้ในตำนานที่หลายคนคงรู้จักดี ตอนนี้ได้ถูก Netflix ดัดแปลงเป็นซีรีส์อนิเมชั่นแล้ว ด้วยความร่วมมือระหว่าง Netflix และ Konami เจ้าของแฟรนไชส์ผู้สร้างแคสเซิลวาเนีย ที่มีจุดเริ่มต้นที่ Castlevania III Dracula’s Curse ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนภาค Symphony of Night ที่ตัวเอกเป็น Trevor Belmont โดยสตูดิโอที่ได้รับงานนี้ก็มีหลากหลายผลงานมากมายในอเมริกาอย่าง Frederator Studios, Mua Flim สองสตูดิโอที่มีผลงานจากช่อง Cartoon network และในตอนนี้ Netflix  ซีซั่นเริ่มฉายผ่าน Netflix แล้วสามารถคลิ๊กรับชมได้ที่นี้

  Castlevania (2017) on IMDb
คะแนนเฉลี่ย IMDB

ชมตัวอย่าง Castlevania ได้ที่นี้

เรื่องย่อ มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินทางมาถึงปราสาทแห่งหนึ่ง เพื่อต้องการเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ ๆ เพื่อมารักษาคนในหมู่บ้านของเธอ เธอจึงพบกับแดร็กคิวล่าผู้ที่ครอบครองเทคโนโลยีและศาสตร์มืด แต่ว่าการพบพาครั้งนี้จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น เมื่อหญิงสาวคนนั้นถูกประหารเพราะเกี่ยวข้องกับศาสตร์มืด จึงทำให้แดร็กคิวล่าเกิดคลั่งไล่ฆ่าประชาชนทั่วไปและหวังจะทำให้มนุษย์สูญพันธ์ จึงเป็นหน้าที่ตระกูลนักล่าแวมไพร์อย่าง Belmont ที่จะต้องมาไล่ล่ากำจัดแดร็กคิวล่าอีกครั้ง

รีวิวซีซั่น 1+2 รวมพลถล่มปราสาทแดร๊กคิวล่า

ถ้าคุณเป็นสาวก แคสเซิลวาเนีย อนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เอาใจแฟน ๆ ได้เป็นอย่างดี การดัดแปลงเนื้อหาให้มีความสมจริงมากขึ้นจากในเกมที่เนื้อเรื่องมีแค่กำจัดแวมไพร์แค่นั้น อนิเมชั่นอาร์ตสไตล์ที่ออกแบบได้มาอย่างดี จะเสียอย่างตรงที่การปูเนื้อเรื่องในซีซั่นแรกที่นานไปหน่อยและจำนวนตอนที่น้อยเกินไป ที่ออกมาเพียง 4 ตอนเท่านั้นและต้องเว้นห่างจากซีซั่น 2 ถึง 1 ปี เรียกได้ว่าอารมณ์ค้างกันเลยทีเดียว เพราะซีซั่นแรกพึ่งจะได้ปาร์ตี้ไปตบปราสาทแดร็กคิวล่าเอง

ด้านเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่สักเท่าไหร่เลยสำหรับยุคนี้ เนื้อหาค่อนข้างวนอยู่กับที่ในช่วงแรกเกี่ยวกับความมืดในจิตใจมนุษย์และความโหดเหี้ยมของศาสนจักร ใครที่ถูกศาสนจักรตีตราว่าเป็นคนชั่ว คนทั่วไปก็จะเชื่อตาม คนรวยที่มีอิทธิพลต่อบ้านเมือง ทาส และความเห็นแก่ตัว เรียกได้ว่าเป็นพล็อตที่เราอาจจะเจอในหนังหรือมังงะในสมัยได้ตามปกติเลย แต่พอช่วงซีซั่นสองเราจะได้เห็นการขยายจักรวาลของเรื่องนี้ต่อมันทำให้เรื่องนี้มีความน่าติดตามมากขึ้นถ้าเทียบกับซีซั่นแรก ฝั่งแดร็กคิวล่าไม่ใช่ว่าจะมีแต่แดร็กคิวล่าคนเดียวที่เป็นตัวละครหลัก แต่มีตัวละครหลักเยอะมากถ้าเทียบกับฝั่งตัวเอกที่มีอยู่กันไม่กี่คนโดยเฉพาะการเล่าอดีตความเป็นมายิ่งทำให้ยิ่งเชียร์ฝั่งแดร็กมากกว่าตัวเอกซะอีก ถ้าไม่ติดว่าเป็น Alucard คงเชียร์ฝั่งร้ายไปแล้ว 5555 นี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฝั่งแดร็กคิวล่ามีความน่าติดตามมากว่าฝั่งตัวเอกอย่างมาก ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการเอาเนื้อเรื่องจากเกมมาต่อยอดได้อย่างประทับใจอย่างมากเมื่อเทียบกับเนื้อเรื่องเพียงแค่สองบรรทัดหลัก ๆ ในเกม

อนิเมชั่นดีไซน์ยอดเยี่ยมแต่ฉากต่อสู้ยังไม่ค่อยโดนใจซักเท่าไหร่ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ภาพสวยสไตล์อนิเมชั่นของอเมริกาแต่ว่า มีฉากที่เฟรมวาดนั้นไม่สม่ำเสมอโดยเฉพาะฉากต่อสู้ จึงทำให้บางครั้งรู้สึกหงุดหงิดไปบ้าง และรู้สึกไร้เรี่ยวแรงมากในการต่อสู้แต่ละครั้ง

โดยรวมเรื่องนี้ถ้าใครเป็นสาวกตระกูลแส้ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะเนื้อหาและจักรวาลที่ทำมาออกมาได้ดี มีการปูบทถัดไปได้อย่างน่าสนใจ ไม่แน่ว่าอาจจะทำเป็น Timeline ต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะตัวเกมเองก็เล่าเนื้อเรื่องต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงยุคปัจจุบันเลยทีเดียวอย่างภาค Dawn of Sorrow ที่มี Alucard มาร่วมแจมด้วยในญี่ปุ่น

 

สปอยเนื้อหาส่วนซีซั่น 1

สำหรับใครที่ขี้เกียจดูซีซั่นแรกหรือการปูบทเราก็มีสรุปย่อ ๆ เนื้อหาทั้งหมดของซีซั่นหนึ่งไว้แล้วเชิญอ่านนกันได้เลยครับ

จุดเริ่มต้นเมื่อลิซ่าชาวบ้านแสนธรรมดาจากหมู่บ้านลูปูได้เดินทางมาที่ปราสาทแดร็กคิวล่าเพื่อหาวิทยาการใหม่ในการรักษาคน เมื่อเธอเจอกับแดร็กคิวล่าเธอไม่มีท่าทีที่จะกลัวเขาเลย แต่กลับแสดงท่าทีความอยากรู้อยากเห็นและแนะนำให้เขาออกไปเดินทางรอบโลกเพื่อรู้จักสิ่งใหม่ ๆ จนทำให้แดร็กคิวล่าสนใจในตัวลิซ่าและแต่งงานด้วยกัน

หลายปีถัดไป ลิซ่าได้ถูกศาสนจักรจับตัวนำไปประหารเผาทั้งเป็นเพราะเกี่ยวข้องกับศาสตร์มืด ในขณะที่แดร็กคิวล่าพึ่งเดินทางมาถึงบ้านของตน เขาได้พบว่าบ้านของตนถูกเผาไปแล้ว และลิซ่าได้ถูกประหารไปแล้วจากคำบอกเล่าของคนไข้ของลิซ่าที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัย ทำให้แดร็กคิวล่าหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด และเริ่มใช้มนตร์ดำประกาศเตือนชาววอลลาเซียว่า อีกหนึ่งปีให้หลังจงสร้างสันติและลบร่องรอยแห่งการกระทำนี้ทั้งหมด หลังจากนั้นแดร็กคิวล่าจะรวบรวมกองทัพมากำจัดเมืองวอลลาเซียให้สิ้นซาก และแล้วก็ผ่านไปหนึ่งปีวอลลาเซียก็พังพินาศตามคำกล่าวของแดร็กคิวล่า

ปัจจุบัน Trevor Belmont สายเลือดตระกูล Belmont คนสุดท้ายได้เดินทางเร่ร่อนไปทั่วเพราะบ้านตระกูลหลักถูกเผาทำลายไปแล้ว จนกระทั่งเขาเดินทางมาถึงเมืองกรีสิตและพบกับกลุ่มผู้สื่อสารวิญญาณพเนจรที่กำลังโดนกลุ่มนักบวชรุมทำร้ายอยู่ และหลังจากที่ช่วยเหลือเสร็จ ผู้สื่อสารวิญญาณได้คำบอกเล่าว่าที่ใต้ดินมีทหารที่หลับไหลอยู่ข้างล่าง และหลานสาวของเขาก็ลงไปเข้าไปทางใต้ดินและไม่ได้กลับมาอีกเลย จึงขอร้องให้เทรเวอร์ลงไปช่วยกู้ศพหลานสาวของเขา

เทรเวอร์เข้าไปที่ทางลับใต้ดิน เขาได้พบเข้ากับไซคอร์ปที่ปกป้องทางลับนี้อยู่ จึงได้ปะทะกับไซคอร์ปและสังหารได้สำเร็จ เมื่อสังหารได้สำเร็จก็พบว่ารูปปั้นได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นผู้หญิง ผู้หญิงคนนั้นชื่อ Sypha Belnades หลานสาวของผู้สื่อสารวิญญาณ เหตุผลที่เธอลงมาข้างล่างนี้เพราะมีคำกล่าวของทหารผู้ช่วยกำจัดแดร็กคิวล่าอยู่ข้างล่าง ณ ที่แห่งนี้ แต่เทรเวอร์บอกให้เธอกลับขึ้นไปหาปู่ของเธอก่อน

หลังจากที่ขึ้นไปแล้วก็มีเหตุการณ์เหล่าปีศาจบุกเข้ามาที่เมืองจึงทำให้เทรเวอร์และเหล่าผู้สื่อสารวิญญาณทำการต่อสู้กับเหล่าอสูรกาย จนกระทั้งพื้นของเมืองได้พังทลายลงทั้ง เทรเวอร์และไซฟาตกลงมาที่ใต้ดินนี้และพบเข้ากับโลงศพที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง เมื่อทั้งสองเปิดดูก็พบเข้ากับ Alucard ลูกครึ่งแวมไพร์ ลูกชายของแดร็กคิวล่าที่นอนรักษาบาดแผลที่พ่อของเขาทำต่อเขา เมื่อ Trevor พบ Alucard จึงทำการยั่วให้ Alucard โมโห จึงทำให้ทั้งสองต่อสู้กัน และผลที่ได้คือเสมอ ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้และมีเป้าหมายเดียวกันคือสังหารแดร็กคิวล่า จบซีซั่นแรก….

ซีซั่นสามจุดเริ่มต้นแห่งความสิ้นหวังในจิตใจมนุษย์

ภาพโปสเตอร์ซีซั่นสาม

หลังจากที่ปราสาทแดร๊กคิวล่าถูกทำลายไป ก็ผ่านมา 2-3 เดือนได้แล้วที่ Trevor และ Sypha ได้ออกเดินทางออกตามหาคาราวานของปู่ไซฟา จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีสิ่งปกติเกิดขึ้น พวกเขาทั้งสองจึงต้องอยู่สืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ ในขณะที่ Alucard มีแขกใหม่มาเยียมเยียมที่ปราสาทของเขา นี้เป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่?

เรื่องราวของซีซั่นสามนี้จะกระจายบทไปที่ 4 เรื่องราวต่อ 1 ตอน โดยจะเป็นการเล่าส่วนของ Trevor, Alucard, Hector และ Issac ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีธีมเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ความต่ำต่มของมนุษย์ ในซีซั่นนี้จะค่อนข้างออกไปทางแนวปรัชญาชีวิตเป็นหลักเลยก็ว่าได้ ในทุก ๆ ตอนจะมีปรัชญาเข้ามาเสมอ บอกเลยว่าค่อนข้างแตกต่างจากซีซั่น 1 และ 2 พอสมควรเลย ที่เนื้อหาเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนจบนี้พีคมาก ๆ

ความสนุกของซีซั่นนี้คงเป็นเนื้อเรื่องที่นุ่มลึกเล่าถึงจิตใจของมนุษย์ซะมากกว่า มุมมองของมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกันเอง ความวิปลาส ความหวัง และการแก้แค้น มันทำให้ยิ่งรู้สึกว่ามนุษย์นั้นต่ำต่มมากแค่ไหน ส่วนฉากแอ็กชั่นมันส์ ๆ นี้แทบไม่มีเลย ถ้าคาดหวังฉากต่อสู้ละก็ให้เลิกหวังไปได้เลย ส่วนความดิบเถื่อนนี้ยังมีอยู่ครบและมีการเห็นฉากโป้เปลือยในเรื่องด้วย ถือว่าเป็นแฟนเซอร์วิส 1-2 นาที ที่มีค่าเลยก็ว่าได้ ได้เห็นฉากโป้เปลือยของ Lenore ก็คุ้มแล้วนางน่ารักมาก เสียงยุ่นก็ดีงามไม่แพ้กัน แต่พอหลังจากนั้นตับระเบิดระหว่างดูกันเลยทีเดียว

สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในซีซั่นสาม

บอกตามตรงผมเป็นแฟน Castlevania มานานแต่เจอฉากนี้ไปถึงกับอึ้งหลาย ๆ รอบเลยทีเดียว ถ้าใครไม่อยากรู้แนะนำให้ข้ามไปได้เลยเพราะเนื้อหามีสปอยล์  นั้นก็คือฉาก Alucard โดนเข้าประตูหลัง ในฉากนี้จะเห็นได้ในตอนที่ 9 ของซีซั่นที่สาม ในขณะที่ Alucard นอนหลับอยู่ Taka และ Sumi เข้ามาที่ห้องของ Alucard เพื่อมีอะไรด้วย

ฉากAlucardโดนเข้าประตูหลัง

หลังจากที่มีอะไรเสร็จทั้ง Taka และ Sumi ก็เริ่มที่จะจัดการ Alucard ทันทีเพราะความไม่เชื่อใจในตัว Alucard แต่ทั้งสองก็พลาดท่าโดนฆ่าตายโดยดาบวิเศษของ Alucard จากเหตุการณ์นี้ทำให้อลูการ์ดเริ่มไม่เชื่อใจพวกมนุษย์เหมือนที่พ่อของเขาไม่เลิกศรัทธาในมนุษย์

สภาพศพที่ Alucard ฆ่า และนำไปปักหน้าปราสาทเหมือนดั่งที่พ่อของเขาเคยทำในอดีต

อีกเรื่องก็คือฉากมีอะไรกันระหว่าง Hector และ Lenore ที่เด็ดไม่แพ้กันทำให้ Hector เผลอติดกับทำสัญญาทาสกับ Lenore โดยทันที ถ้าไม่ติดว่ามีฉากประตูหลัง Alucard จะดีมาก ๆ

หลังจากที่ Trevor ได้พบเจอห้องลับของผู้พิพากษาก็ได้พบความจริงว่างานอดิเรกของเขาคือการฆ่าเด็กในหมู่บ้านโดยการสร้างหลุมพรางใต้ต้นแอ็ปเปิลที่เขาปลูกไว้ เพื่อหาความบรรเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากหมู่บ้านแห่งนี้ ฉากนี้ทำผมตกใจเลยทีเดียวเพราะตอนแรกผู้พิพากษาเหมือนจะเป็นคนดีมาก แต่ความจริงข้างในของเขามันวิปริตมาก

หลังจาก Trevor รู้ความจริงเข้า มันทำให้ความคิดของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

อีสเตอร์เอ้ก

ลิซ่าภรรยาของแดร็กคิวล่าและยังเป็นแม่ของ Alucard เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่กล่าวถึงใน Castlevania Symphony of night ในฉากการตายของเธอนั้นมีคำพูดที่คล้ายครึงกับในเกมในตอนจบที่ Alucard เป็นคนพูดคือ “อย่าทำร้ายคนเหล่านั้น พวกเขาไม่เข้าใจ” เป็นการสื่อว่าผู้คนที่เหล่านั้นไม่รู้เพราะกลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้จักจึงต้องกำจัดก่อนที่จะทำความรู้จักกับมัน

CastlevaniaMoring Star อาวุธอัพเกรดขั้นสูงสุดเลยก็ว่าได้สำหรับเกือบทุกภาคของเกม โดยรูปแบบของ Morning Star จะเปลี่ยนไปตามตัวเอกแต่ละภาค เป็นกระทั่งค้อน แส้ และ ไม้พลอง แต่สำหรับซีรีส์นี้จะเป็นแส้ที่ถูกสืบทอดในตระกูล Belmont ที่ต้นตระกูลอย่าง Simon Belmont เป็นผู้ถือครองคนแรก

Moring Star อาวุธประจำตระกูล เบลมอนต์

Hector ก็เป็นอีกตัวละครหลักในภาค Curse of Darkness ที่ต้องการล้างแค้นที่ภรรยาถูกเผาเพราะ Issac ใส่ร้าย จึงเดินทางทั่วโลกเพื่อล้างแค้นจนมาเจอ Trevor Belmont แต่ในซีซั่น 3 นี้ Hector ถูก Lenore หลอกล่อด้วยสิ่งต่าง ๆ จน Hector โดนหลอกทำพันธสัญญาทาสเพื่อที่จะให้ Hector สร้างกองกำลังให้ Camilla

ปราสาทเคลื่อนที่ เป็นอีกหนึ่งอีสเตอร์เอ้กที่น่าสนใจมาก เพราะในเกมปราสาทแดรกคิวล่ามีการปรากฎตัวตามทั่วโลกทั่วไปได้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงเกิดขึ้นได้ อนิเมชั่นจึงนำเสนอว่าทำไมปราสาทถึงปรากฎตามที่ต่าง ๆ ได้

ปราสาทสามารถไปที่ไหนก็ได้โดยวาปหรือเคลื่อนที่

วิทยาการของแดร็กคิวล่าใช่ว่าจะมีแต่ศาสตร์มืดเสมอไป หลาย ๆ ครั้งถ้าเราลองสังเกตุในเกม Castlevania ภาคต่าง ๆ ดูจะพบว่าจะมีห้องวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ และสิ่งที่อนิเมชั่นเสริมขึ้นมาคือปราสาทแห่งอนาคตที่วิทยาการของมนุษย์ในสมัยนั้นยังเข้าไม่ถึง

ห้องแล็ปของแดร็กคิวล่า
Leave a comment
The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด!