playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Money Heist 4 พร้อมชมสารคดีจากปรากฎการณ์ ทรชนคนปล้นโลก ฟีเวอร์!

Money Heist 4

สรุป

เนื้อเรื่องภาคต่อที่ขยับขยายใหญ่โตขึ้น และมาพร้อมความกดดันฝั่งตัวเอกยาวๆ ไปจนช่วงท้ายถึงพลิกกลับมาตีโต้ได้ เป็นภาคที่บู๊หนักขึ้นเหมือนหนังแอ็กชั่นลงโรงดีๆ เลย แต่ในส่วนความสมเหตุผลหลายๆ อย่างดูอ่อนลงกว่าภาคก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงกับเสียหายอะไร และถ้าได้ดูสารคดีเบื้องหลังจะเข้าใจงานเขียนบทของเรื่องนี้ดียิ่งขึ้นว่าทำไมเรื่องราวถึงเป็นไปแบบนี้ครับ

Overall
8.5/10
8.5/10
Sending
User Review
4.5 (4 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • แอ็กชั่นยิงกันสนั่นมากขึ้นกว่าภาคก่อนๆ
  • สเกลของเรื่องที่เริ่มใหญ่ขึ้นจนถึงความสัมพันธ์ระดับโลก
  • เปิดตัวตัวละครใหม่ที่น่าจับตา
  • อุดรอยต่อของเรื่องปาร์เลโมที่ไม่มีบทในภาคแรกได้สนิท

Cons

  • ความสมเหตุผลของบทอ่อนลงกว่าภาคก่อนหลายจุด
  • เหมือนเรื่องหวนกลับไปใช้สูตรภาค 1-2 ในบางช่วง
  • ปมเรื่องการหนีออกจากธนาคารยังไม่มีคืบหน้าเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย

Money Heist 4 พร้อมชมสารคดี ทรชนคนปล้นโลก ฟีเวอร์ เนื้อเรื่องภาคต่อที่ขยับขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมสารคดีเบื้องหลังงานสร้างและความสำเร็จที่เป็นปรากฎการณ์เหลื่อเชื่อ แม้แต่ทีมผู้สร้างและนักแสดงก็ยังคาดไม่ถึง

ตัวอย่าง Money Heist 4 ทรชนคนปล้นโลก 4

บทความมีสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

ทรชนคนปล้นโลกภาค 4 หรือพาร์ท 2 ของเรื่องช่วงยึดธนาคารกลางของสเปน ซึ่ง ณ เวลานี้จากซีรีส์ท้องถิ่นได้มาไกลมาก จนเหมือน Netflix ไม่ยอมให้จบลงง่ายๆ แล้ว ภาคนี้เลยกลายเป็นช่วงหนึ่งของเรื่องที่ขยายโลกในเรื่องให้กว้างไกลขึ้น มีการหยิบจับเอาเรื่องราวการเมืองนอกประเทศสเปนมาเล่นเพิ่ม สเกลของเรื่องเริ่มใหญ่ขึ้นจนถึงความสัมพันธ์ระดับโลก ซึ่งก็สมเหตุผลเพราะระดับชื่อเสียงการปล้นของเรื่องนี้ไปไกลจนถึงระดับโลกแล้วในตอนนี้ และก็เป็นแค่ภาคคั่นกลางทางของเรื่องช่วงปล้นธนาคารกลางสเปน ก่อนจะไปต่อกันอีกภาคต่อ และก็ยังไม่แน่ว่าจะจบลงได้เลยด้วย

ตัวเรื่องในพาร์ทนี้เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มโจรถูกตีโต้กลับอย่างหนักทั้งจากปัญหาภายในกันเอง ตัวประกัน และฝั่งโปรเฟสเซอร์ที่ปัญหาพ่วงต่อเนื่องจากพาร์ทก่อน หลังเข้าใจผิดว่าราเกลถูกฆ่าตาย จึงทำให้ช่วงเวลาในเรื่องภาคนี้เต็มไปด้วยการถูกกดดันหนักแทบจะทั้งเรื่อง เป็นภาคที่เรียกว่าดูไปแล้วค่อนข้างอึดอัด เครียดกับความกดดันไปกับตัวละครตลอดเวลา เป็นภาคที่ไม่ได้เดินเรื่องตีโต้กลับกันไปมากับฝั่งตำรวจแบบในภาคก่อนๆ ความกดดันนี้ลากยาวไปจนถึงช่วงท้ายเรื่องถึงคลี่คลาย ตอนท้าย EP7-8 ถึงค่อยกลับมาเป็นอารมณ์ชิงไหวพริบแบบที่ผ่านมา

ราเกล (ลิสบอน)
ราเกล (ลิสบอน) VS ซีเอร์รา

การที่ตัวซีรีส์ในภาคนี้เน้นไปที่เรื่องราวการเสียเปรียบของฝั่งพระเอกก็เรียกว่าสมเหตุผลอยู่ จากการทิ้งท้ายไว้ว่าเราได้เห็นโปรเฟสเซอร์สติแตกเป็นครั้งแรกในภาคก่อน มาภาคนี้จึงเป็นอารมณ์ต่อเนื่องกัน ซึ่งช่วงแรกเรื่องเต็มไปด้วยดราม่า จนแอบคิดว่าเรื่องจะวนเวียนอยู่กับจุดนี้ไปตลอดรึเปล่า แต่ก็ยังดีที่ผู้สร้างใช้เวลากับจุดนี้ไม่นาน และก็เฉลยเคลียร์ปมความเข้าใจผิดของโปรเฟสเซอร์ให้ตาสว่าง ทำให้เรื่องราวเดินต่อไปได้ในแบบการค่อยๆ กู้สถาณการณ์กลับมาทีละนิดๆ ซึ่งตั้งแต่เริ่มมีการส่งสายลับเข้าไปในเต้นท์ ก็ทำให้เรื่องราวกลับไปคล้ายภาคแรกที่มีการดักฟังฝ่ายตำรวจ ตรงจุดนี้เรื่องราวของสายลับดูสมเหตุผลในช่วงแรก แต่ว่าพอเรื่องเดินไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าจะเกินเลยจากการใช้ประโยชน์ในตอนแรกไปสักหน่อย กลายเป็นว่าทางกลุ่มโจรได้ตัวละครร่วมทีมเพิ่มอีกคนไปโดยปริยาย เมื่อสายลับตำรวจนั้นมีใจให้กับทางฝั่งพระเอกแทนแล้ว แม้ว่าจะไม่สมเหตุผลเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียหายต่อเรื่องหรือขัดแย้งกับความรู้สึกอะไรมากนัก เพราะซีรีส์เรื่องนี้มาในแนวตัวละครแอนตี้ฮีโร่ให้คนดูรู้สึกอยากเอาใจช่วยอยู่แล้ว แถมตัวบทในช่วงนี้ก็ให้ทางฝั่งตำรวจเริ่มทำผิดเกินกว่ากรอบกฎหมายหรือมโนสำนึก จนทำให้เรารู้สึกว่าการแปรพักต์ในเรื่องเป็นอะไรที่ยอมรับได้ แม้จะรู้สึกว่าง่ายไปสักหน่อยก็ตามที

"กานเดีย" หัวหน้าชุด รปภ.
“กานเดีย” หัวหน้าชุด รปภ.ที่กลายมาเป็นตัวร้ายหลักในภาคนี้

เรื่องราวความกดดันในเรื่องยังมีต่อเนื่องมาถึงการแตกคอกันในกลุ่ม เมื่อโตเกียวขึ้นเป็นผู้นำ ปาเลร์โมกลับทรยศ จนทำให้ “กานเดีย” หัวหน้าชุด รปภ. ในภาคก่อนที่บทดูอ่อนไป กลายมาเป็นตัวร้ายหลักในภาคนี้เมื่อเขาหลุดออกไปได้ และสร้างความปั่นป่วนภายในจนถึงขั้นกลายเป็นตัวละครโรคจิตไล่ฆ่าทีมโจรในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นจุดพีคที่สุดของเรื่องแล้ว หนังออกไปแนวแอ็กชั่นเต็มสูบด้วยการเปิดฉากไล่ล่ายิงกันแทบตลอดเวลา แม้ว่าอาจจะดูโม้ๆ ไปนิดกับการต่อสู้แบบตัวร้ายคนเดียวสู้กับทีมโจรทั้งทีมในแบบประจันหน้าเดินดุ่ยๆ มายิงแค่ใส่เสื้อเกราะกันกระสุนไว้เท่านั้นเอง แต่ในเรื่องเมื่ออะไรๆ มันก็โม้มาก่อนอยู่แล้ว คนดูก็คงสนุกไปกับการที่ได้เห็นฉากยิงถล่มกันสนั่นเหมือนหนังแอ็กชั่นขึ้นโรงดีๆ อย่างจอห์นวิค ซึ่งก็ไม่มีอะไรเสียหายในตัวเรื่องนัก นอกจากความรู้สึกว่าเรื่องโม้ขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นครับ และช่วงนี้ก็ยังเป็นจุดหักเหสำคัญของเรื่อง เมื่อมีการสูญเสียเกิดขึ้นกับตัวละครหลัก เป็นระเบิดลูกใหญ่ครั้งแรกของซีรีส์ในภาคนี้ที่หย่อนตูมลงมาในเรื่องราวเพื่อเคลียร์อะไรหลายๆ อย่าง ไปสู่การปลดล็อคเรื่องราวให้ใหญ่โตมากขึ้น และในช่วงของการสูญเสียจะมีรายละเอียดของนักแสดงและการให้สัมภาษณ์ทีมสร้างในช่วงการถ่ายทำฉากนี้อยู่ในหนังสารคดี ทรชนคนปล้นโลก ฟีเวอร์ ที่มาพร้อมกับภาค 4 นี้ แฟนๆ จะได้เข้าใจและรู้สึกร่วมไปกับนักแสดงที่ต้องอำลาจากบทที่รักนี้ไปครับ

หลังหย่อนระเบิดตูมลงมาตัวเรื่องก็กลับเข้าทิศทางการตีโต้กลับของโปรเฟสเซอร์ได้ในทันที ซึ่งเรื่องราวช่วง EP7-8 เป็นอะไรที่มันส์แบบชิงไหวชิงพริบมาก มีการนำชาวเคิร์ดนักขุดอุโมงค์ในภาคแรกกลับร่วมทีม แม้จะอยู่ในเกมของฝั่งโปรเฟสเซอร์ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้ทิ้งฝั่งตำรวจที่มี “ซิเอร์รา” สาวนักเจรจาท้องแก่ไป แม้ว่าแทบทั้งเรื่องเธอจะไม่ค่อยได้มีบทบาทเด่นแบบในภาคก่อน แต่ในช่วงท้ายซิเอร์ร่าก็กลายเป็นเหมือนราเกลในท้ายซีซั่น 2 ที่ต้องออกสืบลับๆ ด้วยตนเอง ก่อนที่จะกลายเป็นคู่ปรับนอกระบบกับโปรเฟสเซอร์ไปในที่สุด แต่บทช่วงนี้ออกจะรวบรัดและดูง่ายไปสักนิดเมื่อโปรเฟสเซอร์ทิ้งเบาะแสไว้ให้ตามรอยได้ แถมซิเอร์ร่ายังแทบไม่ได้ใช้ความสามารถอะไรมากในการตามหาตัวโปรเฟสเซอร์เลย

ในช่วงท้ายนี้มีจุดที่น่าผิดหวังนิดๆ เมื่อตัวเรื่องเปิดตัวละครใหม่ในชื่อเมือง “มะนิลา” (เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์) แล้วมีบทเพียงนิดเดียวไม่ได้เป็นตัวพลิกเกมอะไร แม้จะพยายามปูมาตั้งแต่ตอนต้นเรื่องว่ามีคนนี้อยู่ในทีมก็ตาม แต่ก็ยังดีที่เป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์แบบน่าดึงดูดชัดเจนแบบโตเกียว ก็หวังว่าภาคต่อไปคงได้ใช้เธอให้เต็มที่กว่านี้

ตัวเรื่องยังมีแฟลชแบ็คเป็นระยะทุกตอนกลับไปช่วงเวลาของเบอร์ลินกับโปรเฟสเซอร์ และปาเลร์โม เหมือนในภาคก่อน ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปต่อเติมเรื่องให้สมบูรณ์ว่าทำไมปาเลร์โมถึงไม่มาอยู่ในทีมปล้นภาคแรก แม้เราจะรู้ว่าเขียนขึ้นมาภายหลัง แต่ก็นับว่าผู้สร้างเติมเต็มและอุดรอยต่อที่สร้างภาคนี้ขึ้นมาได้ลงตัวดีครับ

ตัวซีรีส์จบลงแบบทิ้งปมหลายอย่างทั้งฝั่งโจรในธนาคารเองก็ยังไม่ได้มองเห็นว่าจะออกมาได้ยังไง (ซึ่งก็ยังหลอมทองกันต่อไปเหมือนเดิม) และปัญหาของทางฝั่งโปรเฟสเซอร์ที่ต้องเจอกับซิเอร์ร่านอกระบบ แม้จะไม่พีคเท่ากับภาคก่อน แต่ก็ยังมีความน่าติดตามสูงเหมือนเดิม ซึ่งตอนจบจะมีสารคดี ทรชนคนปล้นโลก ฟีเวอร์ (Money Heist: The Phenomenon) ให้เราดูปรากฎการณ์ความสำเร็จของซีรีส์เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นทั่วโลกพร้อมกัน และย้อนรอยจุดเริ่มงานสร้างเรื่องนี้ตั้งแต่แรก จนฉายในทีวีสเปน แถมไม่ประสบความสำเร็จ แต่ได้ Netflix มาช่วยให้ซีรีส์เรื่องนี้กลับมามีลมหายใจและฟื้นคืนชีวิตใหม่จนเป็นปรากฎการณ์กระแสความนิยมที่ไปมากกว่าแค่หนังดัง แม้แต่โจรจริงๆ ก็ยังนำชุดเครื่องแบบในเรื่องไปใช้ รวมถึงการถ่ายทำในภาคก่อนที่มาถ่ายทำในไทยหลายฉากมากกว่าที่เห็นในเรื่อง (แต่ไม่ได้ระบุในเรื่องว่าเป็นโลเกชั่นไทย) รวมถึงการปิดฉากของตัวละครสำคัญในภาคนี้ กับความลับและหัวใจของการเดินเรื่องที่ทำให้คนดูชื่นชอบ และความลับของงานสร้างมากมาย อย่างการเขียนบทแบบด้นสด ซึ่งเหลือเชื่อมากว่าตลอดมาซีรีส์ใช้วิธีนี้ในการเขียนบทให้เราดูกัน ซึ่งถ้าดูกันมาขนาดนี้ ตัวสารคดีเป็นอะไรที่เติมเต็มให้เราได้อิ่มเอมและหลงรักซีรีส์เรื่องนี้มากยิ่งขึ้นไปอีกครับ

สารคดี ทรชนคนปล้นโลก ฟีเวอร์ Netflix
สารคดี ทรชนคนปล้นโลก ฟีเวอร์ Netflix

 

Leave a comment
The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด!