playinone.com
ร่วมเล่นเป็นหนึ่งเดียวกับเรา สังคมข่าวชาวเกมเมอร์

- Advertisement -

กดคลิกจองแผ่น PS4 ผ่านร้านบานาน่าที่นี่

เจาะลึก Apple Special Event 2019 วันที่ 10 กันยายน งานนี้มีอะไรบ้าง รวมทุกข้อมูลล่าสุดที่นี่

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

และแล้วก็ถึงเวลาเริ่มงาน Apple Special Event 2019 ซึ่งในปีทางบริษัทแอปเปิ้ลก็ได้ขนทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาเปิดตัวในงานนี้หลากหลายตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น iPhone 11 Apple Watch 5 iPad 10.2

รายละเอียดในงาน Apple Special Event 2019

เริ่มต้นงานด้วยการกล่าวเปิดงานโดย Tim Cook ซีอีโอของบริษัท Apple เริ่มต้นด้วยการพูดถึง Apple Store และ Apple Arcade

Apple Special Event 2019

Apple Arcade เป็นแท็บใหม่ในร้านค้าแอพฯที่จะมีเกมใหม่ๆออกมาทุกๆเดือน พร้อมกับคำแนะนำ, เกมเทรลเลอร์, และคอนเท้นต์ต่างๆจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ไกด์ในเกม โดยมี Benjamin Kinney จากบริษัท Konami มานำเสนอเกมใหม่ๆในระบบนี้นั่นก็คือ Frogger in Toy Town และจะเป็นเกมแรกที่มาในระบบนี้ เอ็กคลูซีพเฉพาะ Apple Arcade เท่านั้น

ในงานนี้ Capcom มาพร้อมกับเกม Shinsekai: Into the Depths และสุดท้ายเป็น Kelsey Hansen จากค่าย Annapurna มาพร้อมกับเกม Sayonara Wild Hearts เป็นเกมแนวเพลงที่สามารถเล่นเป็น MV ได้

นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์ต่างๆอีกมากมายที่พร้อมจะให้บริการเกมใน Apple Arcade โดยจะเริ่มให้ใช้งานในกว่า 150 ประเทศตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนนี้ ราคา 4.99 ดอลลาร์/เดือน ซึ่ง ณ วันแรกที่เปิดตัวจะมีเกมให้บริการแล้วกว่า 100 เกม นอกจากนี้ยังมีระบบทดลองให้ใช้งานกันก่อนล่วงหน้า 1 เดือนฟรีๆอีกด้วย!

 Apple Special Event 2019


ต่อมา Tim Cook ได้กลับมาสู่เวทีอีกครั้ง พร้อมกับการฉายตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง See จากในบริการ Apple TV Plus

 Apple Special Event 2019

 

ซึ่งบริการนี้จะเริ่มให้ใช้งานในกว่า 100 ประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ในราคา 4.99 ดอลลาร์/เดือน สำหรับ family subscription และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อ iPhones, iPad, Apple TV จะได้รับ Apple TV Plus เป็นเวลา 1 ปี

หลังจากนั้น Tim Cook ได้พูดถึง iPadOS ที่มีผู้ใช้งานอยู่ในขณะนี้กว่า 1 ล้านเครื่อง และส่งต่อให้ Greg Jozwiak เป็นผู้นำเสนอ “iPad รุ่นใหม่ล่าสุด”

 Apple Special Event 2019

iPad Generation 7 มาพร้อมกับหน้าจอ Retina ขนาด 10.2 นิ้ว ใช้ชิปประมวลผล A10 Fusion และ Smart Connector สำหรับเชื่อมต่อกับ smart keyboard แล้ว!

Apple Special Event 2019

มีการพูดถึง multitasking, การรองรับเว็บเบราวน์เซอร์ต่างๆแบบเดียวกับในคอมพิวเตอร์ เช่น Squarespace และ Google Docs

มาพร้อมกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีรุ่น LTE และผลิตโดยวัสดุอลูมิเนียมจากการรีไซเคิล 100% สำหรับ iPad 10.2 นั้นจะมาในราคาเริ่มต้น 329 ดอลลาร์ และ 299 สำหรับบุคลากรทางการศึกษา เริ่มจัดส่งปลายเดือนกันยายนนี้

 Apple Special Event 2019

กลับมาที่ Tim Cook และเริ่มเข้าสู่หัวข้อ Apple Watch 

 Apple Special Event 2019
Apple Watch

โดยในปีนี้ ได้มาพร้อมกับแอพฯ สุขภาพใหม่ 3 ตัว ได้แก่ Apple Hearing Study, Apple Women’s Health Study และ Apple Heart & Movement Study โดยทั้งหมดนี้จะอยู่ในแอพฯที่ชื่อว่า Apple Research

และส่งต่อให้กับ Stan Ng เพื่อแนะนำ Apple Watch Series 5 !

สำหรับ Apple Watch Series 5 ในปีนี้ได้มาพร้อมหน้าจอ Always-on Retina Display ที่จะลดความสว่างลงเวลาไม่ได้ใช้งาน และเพิ่มความสว่างขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวข้อมือ โดยหน้า LTPO นั้นจะช่วยลด Refresh Rate จาก 60Hz ให้เหลือ 1Hz เพื่อช่วยลดอัตตราการกินพลังงานลงได้ ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 18 ชั่วโมงเท่าเดิม ถึงแม้ว่าจะมีเซ็นเซอร์ต่างๆเพิ่มเข้ามามากมาย

มีเข็มทิศในตัวและโหมดการโทรฉุกเฉินรองรับทั่วโลก หน้าปัดต่างๆถูกปรับให้เข้ากับหน้าจอใหม่รวมถึงหน้าจอการออกกำลังกายในแอพฯ Workout ด้วย

Apple Watch 5 มีออกมาทั้งหมด 3 สีได้แก่ silver, gold และ space gray รวมถึงผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิล 100%

นอกจากนี้ยังมีรุ่น Titanium และ Ceramic ตามข่าวลืออีกด้วย สุดท้ายเรื่องของราคานั้น เริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์ และ 499 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Cellular เริ่มจัดส่งในวันที่ 20 กันยายนนี้

 Apple Special Event 2019

ส่วน Apple Series 3 จะเริ่มต้นที่ 199 ดอลลาร์

 Apple Special Event 2019

ต่อมาก็ถึงเวลาของสิ่งที่ผู้คนจับตามองมากที่สุดในงานนี้ นั่นก็คือ iPhone 11 ! นำเสนอโดย Cayenne

 

โดยด้านหลังตัวเครื่อง iPhone 11 นั้นใช้กระจกที่มีความแข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงส่วนของกล้องหลังที่นูนออกมานั้นก็เป็นกระจกชิ้นเดียวกัน มีสีใหม่เพิ่มสองสีตามข่าวลือ นั่นก็คือ สีเขียวและสีม่วง ใช้หน้าจอ Liquid Retina ขนาด 6.1 นิ้ว รองรับ Haptic Touch ใช้ลำโพงของ Dolby Atmos

Apple Special Event 2019

ในส่วนของกล้องหลังคู่นั้นประกอบไปด้วย กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซลเลนส์ 26mm f/1.8 และอีกตัวเป็น 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra-wide f/2.4 สามารถทำ Optical Zoom 2x เพิ่มระบบ semantic rendering ที่จะแยกแยะวัตถุในภาพเพื่อจัดแสง

Apple Special Event 2019

เพิ่มระบบ Multiscale tone mapping ที่จะควบคุมส่วน Highlights ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่รอบๆ ทำให้ Portrait mode ทำงานกับสัตว์เลี้ยงได้ และในที่สุดก็มาพร้อม Night mode มาแข่งกับฝั่งแอนดรอยเสียที

ต่อมาเป็นการถ่ายวิดิโอใน iPhone 11 มีการเพิ่มความสามารถของตัวกันสั่นภาพ รองรับการบันทึกวิดิโอ 4K 60fps, สโลวโมชั่น, Time-lapse และการครอบคลุม Dynamic range ที่มากกว่าเดิมในโหมดวิดิโอ เปลี่ยนการกดปุ่มชัตเตอร์ค้างจากถ่ายรัวเป็นการบันทึกวิดิโอแทน ซึ่ง Apple ได้ระบุว่านี่เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณภาพวิดิโอดีที่สุดในขณะนี้

ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล TrueDepth ที่รองรับการถ่ายวิดิโอ 4K60p และสโลวโมชั่นในโหมดแนวนอน

Apple Special Event 2019

ในแง่ของประสิทธิภาพ iPhone 11 มาพร้อมกับชิป A13 Bionic ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในขณะนี้และเปลี่ยนผลัดให้ Yang yang มาโชว์ประสิทธิภาพด้วยเกม Pascal’s Wager ที่จะลง App Store ในเดือนหน้า

กลับมาที่สเปคภายใน Cayenne เผยว่า iPhone11 จะมีแบตเตอรี่นานกว่า iPhone XR 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ก็มาพร้อม Face ID ที่เร็วขึ้น โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์.(ประมาณ 21,400 บาท)

Apple Special Event 2019

Tim Cook ได้กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า “เรามีบางสิ่งที่พิเศษจริงๆรออยู่” นั่นก็คือ iPhone 11 Pro จากนั้นได้ส่งต่อให้กับ Phil Schiller เป็นผู้นำเสนอ สำหรับดีไซน์ด้านหลังตัวเครื่องนั้นผลิตด้วยกระจกชิ้นเดียว มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Midnight green, Space gray, สีขาวและสีทอง ใช้หน้าจอ Super Retina Display ขนาด 5.8 นิ้ว และ 6.5 สำหรับ Pro Max
วิดีโอเปิดตัว iPhone 11 PRO

Apple Special Event 2019

หน้าจอประหยัดพลังงานลง 15% มี Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมกันในชื่อ Super Retina XDR ใช้ชิป A13 Bionic เช่นเดียวกับ 11 มีหน่วยประมวลผล Machine learning ที่เร็วขึ้น 6 เท่า หน่วยประมวลผลสามารถทำคำสั่งได้ 1 ล้านล้านคำสั่งใน 1 วินาที

และ iPhone 11 Pro ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่มี Machine learning ดีที่สุดในขณะนี้ ในส่วนของหน่วยประมวลผลนั้นประกอบไปด้วยซีพียูแบบประหยัดพลังงาน 4 คอร์, ซีพียูประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า iPhone Xs ถึง 4 ชั่วโมง ส่วน 11 Pro Max ใช้ได้นานกว่า Xs Max 5 ชั่วโมงและในที่สุดก็รองรับ Fast charge 18w

ต่อด้วยส่วนของกล้องหลังทั้งสามตัว ประกอบไปด้วยเลนส์ wide f/1.8, เลนส์ tele f/2.4 และ ultra-wide f/2.0 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลทั้งสามตัว สามารถทำ Optical zoom 0.5x, 1x และ 2x นอกจากนี้ยังมีการแนะนำเทคโนโลยี Deep Fusion ที่จะถ่ายภาพทั้งหมด 9 ภาพและมารวมกันเพื่อให้ได้รายละเอียดที่คมชัดที่สุด

และในส่วนของวิดิโอนั้น กล้องทั้งสามตัวสามารถบันทึกไฟล์ 4K 60p คุณภาพเท่ากันทุกตัว สามารถทำ Optical Zoom ขณะบันทึกวิดิโอ สามารถแยกภาพที่ได้จากเซนเซอร์แต่ละตัว (คล้ายกับจอ monitor สำหรับถ่ายหนัง) มี Filmic ที่จะบอกขนาดเฟรมภาพของกล้องทั้งสามตัว สามารถบันทึกกล้องหน้าและหลังพร้อมกันได้

ราคาเริ่มต้นที 999 ดอลลาร์ สำหรับ iPhone 11 Pro และ 1,099 ดอลลาร์สำหรับ 11 Pro Max เปิดจองศุกร์ที่ 13 กันยายน และเริ่มจัดส่งวันที่ 20 กันยายน ส่วน iPhone XR ลดราคาเหลือ 599 และ iPhone 8 เหลือ 449 ดอลลาร์ ส่วน Xs นั้นดูเหมือนว่าจะถูกตัดออกจากกองมรดกเสียแล้ว

 

Deirdre O’Brien ได้ขึ้นมาบนเวทีและพูดถึง Apple Watch Studio ที่จะสามารถจับคู่สายและตัวเรือนของ Apple Watch ได้อย่างอิสระ มีระบบเครื่องเก่าแลกใหม่ที่สามารถผ่อนชำระได้(บางประเทศ) โดย iPhone 11 จะมีราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 399 ดอลลาร์เท่านั้น และประกาศเปิดตัว Apple Store สาขา Fifth Avenue ในนิวยอร์ค 20 กันยายนนี้

สุดท้าย Tim Cook ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้ เป็นอันปิดงาน Apple Special Event 2019 รอบเดือนกันยายน

Apple Special Event 2019

 



ข้อมูลข่าวลือทั้งหมดก่อนงาน Apple Special Event 2019

หลุดมาแล้ว! เครื่องจริงพร้อมราคา iPhone 11

ภาพหลุดไอโฟน 11 ของจริงจากช็อปแอปเปิ้ล : TechMate
  • ข่าวล่ามาแรง หลังมีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่ชื่อว่า TechMate ได้เผยแพร่ภาพถ่ายของไอโฟนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นภาพ iPhone 11 สามรุ่นพร้อมรายละเอียด และมีบรรยากาศรอบๆดูคล้ายกับ Apple Park (สำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ลในสหรัฐฯ) 

บรรดารูปภาพที่เผยแพร่ออกมานั้นประกอบไปด้วย iPhone 11 ทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  • iPhone 11
  • iPhone 11 Max
  • iPhone 11R

เริ่มต้นด้วย iPhone 11 ที่จะมาพร้อมชิปประมวลผล A13 Omega กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ประกอบไปด้วยเลนส์ Ultra-wide มุมกว้าง 120 องศา และเลนส์ Optical zoom 3 เท่า FaceID Generation 3 ที่เร็วกว่าเดิมกับกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ Reverse wireless charging สำหรับชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นๆที่รองรับการชาร์จไร้สาย

สำหรับ iPhone 11 นั้นจะมาในราคา 999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีบ้านเรา)

ต่อมาเป็น iPhone 11R ที่มาพร้อมชิป A13 Omega แรม 4GB กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล ประกอบไปด้วยเลนส์ Ultra-wide มุมกว้าง 120 องศา แต่เลนส์ Optical zoom ลดลงเหลือ 2 เท่า แบตเตอรี่ที่ใหญ่จุมากขึ้น 6% และ Reverse wireless charging เช่นเดียวกับด้านบน และมีสีใหม่สองสี คือ เขียวและม่วง

iPhone 11R มาในราคา 749 ดอลลาร์ หรือประมาณ 22,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีในไทย)

และสุดท้ายก็คือ iPhone 11 Max ซึ่งมีสเปคต่างๆคล้ายกับ iPhone 11 ทุกอย่าง แต่มีหน้าจอที่ใหญ่กว่า ส่วนราคานั้นยังไม่เปิดเผย

แต่ส่วนตัวแล้วผมมองว่ารูปภาพตรงนี้น่าจะเป็นการสร้างขึ้นมาเองโดยแฟนคลับ หรืออาจเป็นภาพจริงที่แอปเปิ้ลจงใจทำขึ้นมาเพื่อแกล้งหยอกแฟนๆสายข่าวหลุดก็ได้ ดูได้จากการระบุราคา iPhone 11 Max ว่ามีราคาเท่าไต 1 ข้างของคุณ อย่างไรก็ตามข้อมูลจริงๆคงต้องรอกันต่ออีกนิด เพราะว่ากำลังจะเปิดตัวในคืนพรุ่งนี้แล้ว


เกี่ยวกับ Apple Special Event ปี 2019

Apple Special Event 2019 IPhone 11 Apple Watch 5 MacBook Pro 16
สื่งที่คาดว่าจะมีในงาน Apple Special Event 2019 คือ IPhone 11 Apple Watch 5 MacBook Pro 16″

สำหรับงาน Apple Special Event 2019 ในปีนี้มาในธีม “By innovation only” พร้อมกับโลโก้แอปเปิ้ลที่มี 5 สี โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน เวลา 0.00 (เที่ยงคืนวันที่ 10)ตามเวลาบ้านเรา ที่ Steve Jobs Theater เมือง Cupertino, California ซึ่งปีนี้พิเศษสุดตรงที่แอปเปิ้ลจะเพิ่มช่องทางการรับชม Apple Special Event 2019 live สดงานนี้ผ่านช่องทาง Youtube เป็นครั้งแรกอีกด้วย!

และใครที่ไม่อยากตกข่าววันเปิดตัว ในวันงานผมจะมาทำการอัพเดตข้อมูลจาก Live สดในวันนั้นให้ทุกคนได้อ่านกันแบบ Realtime ในบทความนี้แน่นอนครับ 

Apple Special Event 2019 ปีนี้คาดว่าจะมีอะไรบ้าง?

 

ในงานจะมีการเปิดตัว iPhone 11 (iPhone XI) อย่างเป็นทางการ ?!

"เปิดตัว

แน่นอนว่าทุกๆ คนจะต้องจับตามองกันแน่นอนกับสมาร์ทโฟนตัวใหม่ไฮไลท์ของงานนี้ หลังจากที่มีทั้งข่าว รูปหลุด ตัวอย่างและสเปค ราคาของ ไอโฟน 11 อย่างไม่เป็นทางการมาโดยตลอด ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างแน่นอนด้วยรูปลักษณ์ด้านหลังจะเห็นได้ว่ามีการปรับตำแหน่งของกล้องใหม่เป็นรูปแบบที่เคยมีไม่มาก่อน

สเปคและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ข่าวลือคาดว่าจะมี..?

  • มีทั้งหมด 3 รุ่น ใช้ชื่อว่า ไอโฟน 11 Pro (Xs), ไอโฟน 11 Pro Max (Xs Max) และ ไอโฟน 11 (XR)
  • ในรุ่น Pro จะใช้หน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว ,รุ่น Pro Max 6.5 นิ้ว และ 11 ใช้ 6.1 นิ้ว
  • ใช้หน้าจอ OLED 2 รุ่น และ LCD 1 รุ่น มีรอยบากด้านบนเหมือนเดิม
  • มาพร้อมชิป A13 ตัวใหม่ในระบบปฏิบัติการณ์ iOS 13
  • กล้องหลัง 3 ตัว โดยตัวที่เพิ่มมาเป็นเลนส์ Ultra wide-angle สำหรับภาพมุมกว้าง  (คอนเฟิร์ม)
  • ส่วน iPhone 11 (Xr) นั้นมีกล้อง 2 ตัว ได้แก่เลนส์ wide และ telephoto
  • อัพเกรดระบบ Face ID ใหม่ ไม่มี 3D Touch
  • ระบบ Smart Frame สามารถขยายเฟรมภาพถ่ายที่ถูกบันทึกไปแล้วได้
  • เพิ่มระบบ Night mode สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อย
  • แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น รองรับ Apple Pencil
  • จะมี Reverse wireless charging เป็นแท่นชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นได้
  • เปิดจอง 13 กันยายน และวางจำหน่ายในช็อปในวันที่ 20
  • คาดว่าราคาเท่าเดิม ? กับ iPhone Xs, Xs Max และ Xr

อัพเดตล่าสุด

 

iPhone 11 อาจใช้ USB-C แทน Lightning

ภาพหลุดสาย USB-C จาก iOS 13 Beta : @Raf__m
  • พบผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่ชื่อว่า @Raf__m ได้เผยแพร่ภาพไอโฟนรุ่นหนึ่งที่ทำการอัพเดตเป็น iOS 13 Beta แล้ว แสดงภาพหน้าจอคืนค่าโรงงานที่มีสัญลักษณ์คล้ายสาย USB-C ทำให้คาดว่าในไอโฟนปี 2019 นี้อาจใช้พอร์ต USB-C แทน Lightning ซึ่งใน iPad รุ่นใหม่ๆเองก็ได้ถูกเปลี่ยนมาสักพักหนึ่งแล้ว จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่าปีนี้ Apple จะหันมาใช้ Type-C เพื่อให้เข้ากับอุปกรณ์เสริมๆต่างๆร่วมกับแบรนด์อื่นๆในโลกด้วย

iPhone 11 (iPhone XI) จะใช้ฝาหลังสีด้านและเพิ่มสีเขียว-ม่วง

"เปิดตัว

  • สื่อต่างประเทศได้รายงานว่าในปีนี้อาจมีไอโฟน 11 สีใหม่เพิ่มเข้ามาสองสี ได้แก่ ‘สีม่วง‘ และ ‘สีเขียว‘ รวมถึงใช้ฝาหลังแบบสีด้านแทนกระจกเงาที่ใช้มาตั้งแต่ตอนเปิดตัวไอโฟน 8 ส่วนรุ่น Pro นั้นยังคงคอนเซ็ปต์เรียบหรูดูแพง ไม่มีทางทำสีฉูดฉาดสดใสแบบ XR เมื่อปีก่อนแน่นอน

iPhone 11 (iPhone XI) วางขายเมื่อไหร่?

  • สำหรับงาน Apple Special Event 2019 ในวันที่ 10 กันยายนนี้ จะเป็นเพียงการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่เท่านั้น ยังไม่ได้วางขายเลยทันที แต่จากข้อมูลของเว็บไซต์ techradar. ได้เปิดเผยกำหนดการหลังงานเปิดตัว โดยมีกำหนดการดังนี้ครับ
  • เปิดตัววันที่ 10 กันยายน 2019
  • เปิดสั่งจองล่วงหน้า 13 กันยายน 2019
  • เปิดขายอย่างเป็นทางการ 20 กันยายน 2019

ส่วนในประเทศไทยนั้นจะมีกำหนดการเดียวกันนี้มั้ยต้องรอติดตามกันในงานเปิดตัวอีกครั้งหนึ่ง ว่าเราจะอยู่ในกลุ่มประเทศแรกที่วางจำหน่ายหรือไม่ครับ

ตกลงปีนี้ iPhone 11 หรือ iPhone XI ?

เอกสารภายในระบุชื่อไอโฟนปีนี้ : appleinsider
  • แรกเริ่ม แอปเปิ้ลได้เปลี่ยนชื่อเรียกของไอโฟน 10 เมื่อปี 2017 สู่ไอโฟน XS ในปี 2018 หลายคนคงสงสัยว่า แล้วปีนี้แอปเปิ้ลจะเรียกไอโฟนว่าอะไร ระหว่าง iPhone 11 กับ iPhone XI ซึ่งผลก็ได้ชี้ขาดออกมาแล้ว หลังเว็บไซต์ Appleinsider พบเอกสารลับที่มีการระบุชื่อของไอโฟนในปี 2019 ทั้งสามรุ่น ได้แก่
  • D42 (iPhone 11 Pro)
  • D43 (iPhone 11 Pro Max)
  • N104 (iPhone 11)

ซึ่งในปีนี้แอปเปิ้ลได้มีการปรับเปลี่ยนลำดับการเรียกชื่อรุ่น โดยเรียงลำดับใหม่ดังนี้

  • XS -> 11 Pro
  • XS Max -> 11 Pro Max 
  • Xr -> 11 

นอกจากนี้รหัสที่เห็นมีตัวอักษรนำหน้าแตกต่างกัน คาดว่ารหัส D จะเป็นรุ่นที่ใช้หน้าจอแบบ Super Retina ส่วนรหัส N นั้นจะใช้หน้าจอ Liquid Retina นั่นเองครับ

ผลทดสอบ iPhone 11 (XR) ก่อนเปิดตัว มาพร้อมแรม 4GB!

ผลทดสอบ iPhone XR 2019 : macrumors
  • พบผลการทดสอบ ไอโฟน 12,1 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น ไอโฟน 11 (XR) รันด้วยระบบปฏิบัติการณ์ iOS 13.1, แรม 4 GB, ใช้ชิป A13 ตัวใหม่ โดยได้คะแนน Single-core ไปที่ 5,415 และ Multi-core 11,294 คะแนน สูงขึ้นจากปีก่อนเมื่อเทียบกับ XR เมื่อปีที่แล้ว

นั้นหมายความว่าความสามารถอื่นๆ เช่นการประมวลผลภาพถ่าย HDR แบบเรียลไทม์ หรือการถ่ายภาพ Night mode ที่อาศัยพลังของหน่วยประมวลผลสูงก็จะตามมาในปีนี้ด้วย

โป๊ะแตก! พบภาพหลุดเคส iPhone 11 (iPhone XI) ในต่างประเทศ

เคส iPhone 11

  • ล่าสุดมีข่าวที่ทำให้ผมมั่นใจขึ้นไปอีกว่ารูปแบบของกล้องจะเป็นตามนี้แน่นอน เพราะว่าในต่างประเทศมีร้านโทรศัพท์มือถือที่วางขายเคสมือถือ iPhone 11 ออกมาก่อนจนมีคนถ่ายออกมา เป็นข่าวให้คอนเฟิร์มแน่ๆว่าเรือธงตัวนี้จะมีรูปลักษณ์ 3 กล้องกับตำแหน่งของสัญลักษณ์รูปแอปเปิ้ลที่ขยับมาตรงกลางอย่างแน่นอน !

เรียกว่าเผลอสปอยล์กันแบบไม่ตั้งใจกันทีเลยทีเดียวครับ…


Apple Special Event 2019 จะมีการเปิดตัว Apple Watch 5 หรือไม่?

Apple Watch 5
Apple Watch 5  ที่คาดว่าจะมีเปิดตัวในงาน Apple Special Event 2019

ข่าวลือรวมถึงข้อมูลที่ออกมามีไม่มากนัก แต่เป็นที่มั่นใจว่าจะเปิดตัวในงาน Apple Special Event 2019 นี้อย่างแน่นอน เพราะจากข้อมูลทางบริษัทจะเปิดตัวซีรีส์ใหม่ๆ ในเดือนกันยายนของทุกๆ ปี

  • คาดว่าโดยรวมจะยังคงดีไซน์ยังเดิม เพราะเนื่องจากข่าวที่หลุดออกมามีขนาดของตัวนาฬิกาด้วย ซึ่งก็คือ 40 มม. และ 44 มม. นั่นหมายความว่ามีขนาดเท่าเดิมกับซีรีส์ 4 จึงเป็นที่มาของการที่ดีไซน์ของซีรีส์นี้ คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงยังคงจอเหลี่ยมมนเช่นเดิม
  • มีรุ่นเซรามิคและไทเทเนี่ยมเพิ่มเข้ามา
  • ยังไม่มั่นใจว่ารุ่นที่ออกมานี้จะเป็น ซีรีส์ 5 หรือ ซีรีส์ 4 Titanium edition
  • ขยายระบบวัดคลื่นหัวใจ (ECG) ให้รองรับหลายประเทศมากขึ้น
  • ระบบตรวจจับสารเคมีในอากาศในสถานที่ออกกำลังกาย
  • ระบบตรวจวัดปริมาณน้ำตาลในเลือด
  • Sleep tracking วัดอัตราการนอนหลับ เป็นหนึ่งในฟังก์ชันสำคัญที่หลายคนกำลังรออยู่ มีรายงานเข้ามาว่าทางแอปเปิ้ลทำการทดสอบใช้งานตั้งแต่ต้นปี แต่ยังไม่คอนเฟิร์มถึงระยะเวลาที่จะทำเพิ่มฟังก์ชันนี้เข้ามานักว่าจะมาในปี 2019 หรือ 2020
  • อาจจะเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ microLED แทน OLED (ซึ่งผลิตโดย Japan Display ผู้ผลิตหน้าจอไอโฟน 11 ให้กับทางแอปเปิ้ล) รวมถึงมีข้อสันนิษฐานว่าแอปเปิ้ลจะอัพเกรดโปรเซสเซอร์เป็นชิปเซ็ต S5 ซึ่งจะเร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม (อาจมาไม่ทันปีนี้)
  • จะมีสายนาฬิกาสีใหม่เพิ่มเข้ามา
  • ระบบปฏิบัติการ WatchOS 6 หลังจากที่เปิดให้ทดสอบ beta กันไปตั้งแต่ช่วงมิถุนายน 2019 คาดว่าในงานเปิดตัวนี้อาจจะเปิดให้ใช้จริงพร้อมกับการเปิดตัวของแอปเปิ้ลวอชซีรีส์ใหม่เลยก็เป็นได้
ภาพหลุด apple watch 5
ภาพหลุดตัวเรือน Apple Watch 5 : /LEAKS

Apple Watch 5 จะมาพร้อมฟีเจอร์วัดความดันโลหิต!? 

  • ต้องบอกเลยว่าในปีนี้ข่าวลือเกี่ยวกับ Apple Watch 5 ที่หลุดออกมานั้นมีน้อยมาก แต่อย่างน้อยก็ได้มีข้อมูลบางอย่างหลุดออกมาจนได้ โดยทวิตเตอร์  Mr White ได้เผยแพร่ภาพของชิ้นส่วนที่คาดว่าจะเป็น Apple Watch 5 อ้างว่าในปีนี้จะมาพร้อมฟีเจอร์วัดความดันโลหิตเป็นครั้งแรก!

ถ้าหากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงจะถือว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ควรค่าแก่การรอมากๆ ดูจากการที่ Apple ใส่ระบบ ECG ใน Apple Watch 4 เมื่อปีที่แล้ว ไม่ได้เพียงใส่ฟีเจอร์มาให้ผู้ใช้กดวัดเพียงอย่างเดียว แต่เพิ่มความใส่ใจเข้าไปให้สามารถตรวจจับสภาวะหัวใจล้มเหลวและแจ้งเตือนขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย มาลุ้นกันต่อไปว่าในวันที่ 10 นี้จะมีการเปิดตัว Watch รุ่นใหม่ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่..

Apple Watch 5 จะมีรุ่นเซรามิคและไทเทเนี่ยม

Apple Watch 5
ภาพหลุดฝาหลังแอปเปิ้ลว็อชไทเทเนี่ยมและเซรามิค
  • เว็บไซต์ ihelpBr ได้รายงานว่ามีการพบภาพหลุดฝาหลังแอปเปิ้ลว็อชรุ่นใหม่ที่มีข้อความระบุว่าเป็นรุ่น Titanium ขนาด 44mm และ Ceramic 44mm ปรากฏใน Watch OS 6 ที่พึ่งปล่อยออกมา เป็นการยืนยันว่างานนี้อาจมีรุ่นไทเทเนี่ยมและเซรามิคจริงๆ

ด้านล่างนี้จะเป็นวิดิโอจำลองโมเดลที่ทางช่อง EverythingApplepro ได้ทำขึ้นโดยอิงจากการคาดการณ์ให้เราได้รับชมกัน


MacBook Pro 16″ จะได้เห็นในงาน Apple Special Event 2019 หรือไม่?

MacBook Pro 16
รูปโมเดลจำลอง MacBook Pro 16″ ที่มีโอกาสเปิดตัวในงาน Apple Special Event 2019

การมาของ MacBook Pro 16″ นอกจากขนาดจอที่กว้างขึ้นแล้ว ยังเป็นการแย่งตลาดฝั่งครีเเอเตอร์กลับมาจาก ล่าสุดที่ NVIDIA ได้เปิดไลน์สินค้าโน๊ตบุ๊คใหม่ Nvidia Studio (อ่านอธิบายด้านล่าง) มาชนกับ Macbook Pro 15″ ที่เป็นที่นิยมในการเลือกซื้อมาใช้ของคนทำงานสายครีเอเตอร์ส่วนใหญ่มาตลอด จากทั้งความเสถียร เพอร์ฟอแมนซ์กับซอฟแวร์ที่ออกแบบให้เข้ากัน รวมถึงวัสดุความคงทนในการใช้งานต่างๆ ซึ่งโน๊ตบุ๊ค Nvidia Studio จะมีการปรับแต่งซอฟแวร์ให้รีดประสิทธิภาพกับโปรแกรมมืออาชีพที่ใช้งานต่างๆ ได้เท่าเทียมหรือเหนือกว่า อย่างโปรเกมตัดต่อ Davinci Resolve ของ Black magic เป็นต้น

ข้อมูล Notebook Nvidia Studio 


nvidia studio vs macbook pro 16" Notebook Nvidia Studio
ไลน์สินค้าโน๊ตบุ๊กใหม่ ที่มาพร้อมกับพลังชิปกราฟิก GPU NVIDIA RTX สำหรับการ ray-tracing อย่างรวดเร็ว, การประมวลผล AI, การตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่ชื่อว่า Studio ที่ออกแบบมาให้มืออาชีพสาย Creative พร้อมชุดระบบซอฟต์แวร์ Studio Shack SDK และไดรเวอร์ที่ทำออกมาเป็นพิเศษ เพื่องานด้านการเรนเดอร์กราฟิก และการตัดต่อวิดีโอโดยเฉพาะ Nvidia จะสามารถทำงานได้เร็วกว่าเครื่อง MacBook Pro 15″ ถึง 7 เท่า (รุ่นล่าสุด Macbook Pro 15″ คือ Intel Core i9 แบบ 8‑core ความเร็ว 2.4GHz Turbo Boost 5.0GHz) ที่ตอนนี้เป็นตัวท็อปของตลาดฝั่งครีเเอเตอร์
สเปคโน๊ตบุ๊คเครื่องที่เข้าร่วมได้ต้องมีการ์ดจอตั้งแต่รุ่น Quadro RTX 5000, 4000 หรือ 3000 ตระกูล GeForce ต้องเป็นรุ่น RTX 2080, 2070 และ 2060 หน้าจอมีความละเอียด 1080 ขึ้นไปหรือ 4K มี SSD 512 GB  แรม 16 GB ทั้งหมดเป็นขั้นต่ำขึ้นไป
ตอนนี้มีทั้งมด 17 รุ่น จากหลากหลายผู้ผลิต Lernovo, Acer, ASUS, Dell, Gigabyte, HP, MSI และ Razer (ผู้ผลิตสายโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง)

ดั้งนั้นการมาของ MacBook Pro 16″ ถ้าตามข่าวลือที่ปรากฎในตอนนี้จะเป็นอะไรที่ต้องเหนือกว่ารุ่นปกติมาก มีโอกาสเปลี่ยนแบบ “ไมเนอร์เชนจ์” อย่างขนาดตัวเครื่องจะเท่าตัว 15″ โดนดีไซน์ให้พื้นที่ขอบจอสีดำแคบลง หน้าจอ IPS ขนาด 16 นิ้ว (แนวทแยง) พร้อมเทคโนโลยีออกไซด์ TFT (Oxide Display Mode) ความละเอียด 3,072×1,920px (227 ppi) ต่างจากปกติที่อยู่ที่ 2880 x 1800 ที่ 220 พิกเซลต่อนิ้ว ซึ่งหน้าจอแบบใหม่นี้เป็นเทคโนโลยีเดียวกับจอ Pro Display XDR ที่พึ่งเปิดตัวไปคู่กับ Mac Pro โดยมีขนาดจอ 32 นิ้ว ไม่มีทัชสกรีน สปคค่าคอนทราสต์ 1,000,000 : 1 ความสว่าง 1000 nits (peak ได้ถึง 1600 nits) ค่าสี p3 wide gamut แสดงค่าสี HDR ได้สุด เป็นที่มาของคำว่า XDR หรือ Extreme Dynamic Range นั่นเอง ซึ่งราคาจอ $4999 ประมาณ 155,000 บาท ไม่รวมขาตั้ง จนเป็นข่าวดังสนั่นโลกกันตอนเปิดตัวนั่นเอง ซึ่งแนวโน้มทิศทางจอประสิทธิภาพสูงหลายแบบจะถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ตัวท็อปใหม่ๆ ของแอปเปิลค่อนข้างแน่นอน

ส่วนคีย์บอร์ด Butterfly keyboard ที่มีปัญหามาตลอด แม้จะมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนในรุ่นล่าสุด ก็ยังต้องทดสอบการใช้งานในระยะเวลานานถึงจะเริ่มมีปััญหา ซึ่งแอปเปิลมีการขยายระยะเวลาของโปรแกรมซ่อมแซมให้ผู้ใช้สามารถมาเปลี่ยนได้ฟรี แต่ก็ต้องแบกรับภาระนี้ในระยะยาวซึ่งไม่เป็นผลดี ทางนักวิเคราะห์เมืองนอกคาดการณ์ว่าแอเปิลจะมีการยกเลิกใช้ และเปลี่ยนไปใช้แบบ Scissor-switch แบบเดิม แต่ดีไซน์ใหม่ ที่ใช้เส้นใยแก้ว (Glass Fiber) เสริมปุ่มคีย์ต่างๆ ให้มีความทนทานและป้องการฝุ่นเข้าเครื่องได้ดีกว่า ซึ่ง Scissor-switch แบบใยแก้วไม่ใช่แค่แก้ปัญหาฟีดแบ็คผู้ใช้เท่านั้น แต่เป็นการลดต้นทุนที่ต่ำกว่า Butterfly keyboard ที่มีราคาสูงกว่าด้วย แม้จะต่างกันไม่มากก็ตามที

วิดีโออธิบายรูปแบบคีย์บอร์ด Scissor-switch แบบใหม่ที่คาดว่าจะนำมาใช้กับ MacBook Pro 16″

แต่สำหรับตัว CPU ในปัจจุบัน โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i9-9980HK คือรุ่นสูงสุดที่ INTEL มีในตอนนี้แล้ว (ไม่นับ CPU แบบ Xenon แบบเซอร์เวอร์ที่ใช้ใน Mac Pro กับ iMac Pro) ซึ่งอยู่ใน Macbook pro 15″ แบบคัสคอมเพิ่ม (CTO) ซึ่งโดยปกติ Macbook จะมาช้ากว่าฝั่ง Window สักระยะ แต่การมาของ Core i9 ในรุ่น 15″ ที่พึ่งมาใหม่ทำให้คาดว่า MacBook Pro 16″ จะใช้ CPU ตัวสูงสุดเท่ากันกับรุ่นปกติ

ส่วนราคาไม่ต้องหายห่วงแพงแน่นอนครับ ด้วยสเปคอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องจัดเต็มกว่าปกติที่มีในรุ่น 15″ ที่ราคาเริ่มต้น 9 หมื่นกว่า ดังนั้นคาดการณ์ว่า MacBook Pro 16″ ราคาเริ่มต้นคงหนีไม่พ้น 120,000 บาทขึ้นไปอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคิดจากการติดตั้ง SSD ความจุสูงมาเลยอย่าง 1-2TB เหมือนที่เริ่มต้นกับ iMac Pro มาเลย ก็อาจจะทำให้ราคาเริ่มต้นกระโดดสูงกว่าที่คาดการณ์ขึ้นไปได้อีก

โดยปกติแล้ว Apple มักจะแยกงานเปิดตัว Mac และ iPad ออกจาก Apple Special Event ไปอยู่เดือนตุลาคม แต่ก็ไม่แน่ว่าจะนำมาเปิดตัวพร้อมกันในงาน Apple Special Event 2019 นี้ก็เป็นไปได้ครับ


Apple Special Event 2019 จะมีการเปิดตัว iPad 10.2 นิ้ว..?

ไอแพด 10.2
ไอแพด 10.2 คาดว่าอาจจะมาในงาน Apple Special Event 2019

ในงาน Apple Special Event 2019 นี้นอกเหนือจากไอโฟนรุ่นใหม่และแอปเปิ้ลวอชซีรี่ส์ 5 ก็ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้นั่นก็คือ iPad 10.2 นิ้วที่จะมาแทน iPad 9.7 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วนั่นเองครับ

ย้อนกลับไปมีนาคมปีก่อนแอปเปิ้ลได้เปิดตัว iPad 9.7 นิ้วรุ่นอัพเกรด จนมีนาคมปีนี้แอปเปิ้ลเลือกที่จะออก iPad Air รุ่นใหม่มาแทนที่จะอัพเกรด iPad 9.7 ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่แอปเปิ้ลจะตัดไลน์การผลิต iPad 9.7 ออกไป เช่นเดียวกับที่ตัดการผลิต MacBook ไปในเดือนมิถุนายน

จนมาถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่าแอปเปิ้ลจะเปิดตัว iPad 10.2 ในงานอีเว้นท์ถัดไปนั่นก็คือ Apple Special Event 2019 เดือนกันยายนที่จะถึงในวันที่ 10 นี้

จากข่าวระบุว่าบริษัท Ruiyi ที่ผลิตแผง Backlight สำหรับหน้าจอ iPad และ MacBook Pro ได้มีการสั่งเพิ่มการผลิตชิ้นส่วนสำหรับนำมาประกอบ iPad ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา รวมถึงมีการจดทะเบียนรหัสประจำรุ่นเพิ่มเป็นจำนวนสองรหัส ได้แก่ A2200 และ A2232 ที่คาดว่าจะเป็น iPad 10.2 นิ้ว

ดีไซน์ iPad 10.2

จากข่าวทั้งหมดที่มีในตอนนี้ยังถือว่าน้อยมากๆ สำหรับเข้าไอแพดจอ 10.2 นิ้วนี้ แต่เท่าที่คาดการณ์ก็จะเป็นการลดขอบจอให้บางลง ทำให้สามารถขยายหน้าจอจาก 9.7 เป็น 10.2 นิ้ว โดยที่ยังใช้ตัวเครื่องขนาดเท่าเดิม หรืออาจจะตัดปุ่มโฮมและเพิ่ม Face ID แบบเดียวกับรุ่น Pro (เป็นไปได้ยาก เพราะต้องกั๊กไว้ขายรุ่น Pro)

ฟีเจอร์ใหม่ใน iPad 10.2

แน่นอนว่าการเป็นไอแพดราคาประหยัดนั้นก็ต้องมาพร้อมกับหน้าจอที่ต้นทุนต่ำ ซึ่งประเด็นนี้ตัดจอ OLED ออกไปได้เลย แต่อาจจะมีการใช้หน้าจอ Laminate ที่ให้ความรู้สึกขณะกดและสัมผัสที่ดีขึ้น (ไม่มีใน 9.7) หรือจะเป็นขอ True Tone และการรองรับ Smart Keyboard

ในส่วนของกล้องหลัง อาจจะยังไม่มาพร้อมกล้องคู่ เนื่องจากแอปเปิ้ลต้องเก็บ(กั๊ก)กล้องหลังคู่ไปไว้ในรุ่น Pro เช่นเดียวกับหน้าจอ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรายหนึ่งได้ทำนายว่าแท็บเล็ตรุ่นต่อไปของแอปเปิ้ลจะมาพร้อมกล้องหลายเลนส์ ซึ่งเป็นไปได้ว่า iPad Pro รุ่นใหม่ๆต่อจากนี้อาจมาพร้อมกล้องหลังสามตัวแบบในไอโฟน 11 ปีนี้ก็ได้ และในรุ่น 10.2 อาจมาพร้อมกล้องคู่แทน

นอกจากนี้ก็คือการรองรับ Apple Pencil 2 จากเดิมที่รองรับแค่ Pencil รุ่นแรก


สิ่งอื่นๆ ในงาน Apple Special Event 2019 นี้..

แน่นอนว่าการขาย ฮาร์ดแวร์ ไม่ได้เป็นกิจการหลักของบริษัท Apple เราจึงคาดว่าภายในงาน Apple Special Event 2019 จะมีการประกาศวันปล่อยอัพเดตซอฟท์แวร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น iOS 13, iPadOS 13, tvOS 13, watchOS 6 และ macOS Catalina ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ และปล่อยเพียงเวอร์ชั่นเบต้าออกมาให้ทดลองใช้กัน เมื่อจบอีเว้นท์นี้น่าจะปล่อยอัพเดตตัวเต็มให้ใช้กันทั่วโลก

ก่อนที่จะมารับชมการทอดสดในวันที่ 10 นี้ ผมขอนำเสนอภาพบรรยากาศการถ่ายทอดสด Apple Special Event 2018 ซึ่งเป็นงานของปีที่แล้วว่าจะดุเด็ดเผ็ดมันส์ขนาดไหน


บรรยากาศ Apple Special Event 2018 ของปีก่อน

ภายในงาน Apple Special Event 2018 เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว Apple Watch 4 ซึ่งในรุ่นนี้ได้มีการเพิ่มระบบตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ในแอปเปิ้ลว็อชเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นที่ฮือฮาในขณะนั้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบ ECG สามารถจับการเต้นของหัวใจได้เทียบเคียงระดับเครื่องมือทางการแพทย์และสามารถนำรายงานผลการตรวจจากนาฬิกาไปใช้ร่วมกับการรักษาด้วยแพทย์จริงได้เลย

เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของเทคโนโลยี สมาร์ทวอชในตอนนั้นเลยก็ว่าได้..

Apple Watch 4 Apple Special Event 2018
Apple Watch 4 Apple Special Event 2018

หลังจากนั้นก็ถึงคิวของไอโฟน ใน Apple Special Event ปีนี้ได้มีการเปิดตัว iPhone Xs และ Xs Max มีการอัพเกรดชิปประมวลผลใหม่เป็น A12 Bionic ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 15% นอกจากนี้ก็ยังคงคล้ายๆกับ iPhone X ที่ใช้ Face ID ที่ได้รับการอัพเกรดใหม่และไม่มีการสแกนลายนิ้วมือเหมือนเดิม ด้านกล้องถ่ายรูปก็มีการอัพเกรด Portriat Lightning ที่ดีขึ้น และด้วยพลังของชิปประมวลผลใหมที่แรงกว่าเดิม ทำให้สามารถถ่ายภาพ HDR ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ก็มีแบตเตอรี่ความจุมากขึ้นและความจำภายในสูงสุด 512GB เป็นครั้งแรกในไอโฟน

iPhone Xs และ Xs Max Apple Special Event 2018
iPhone Xs และ Xs Max Apple Special Event 2018

นอกเหนือจาก iPhone Xs และ Xs Max แอปเปิ้ลก็ยังเปิดตัวไอโฟนรุ่นประหยัดใหม่หนึ่งรุ่นนั่นก็คือ iPhone XR ที่มีการลดวัสดุตัวเครื่องและหน้าจอจาก Super Retina เป็น Liquid Retina รวมถึงกล้องหลังก็ลดเหลือตัวเดียว เพื่อลดราคาตัวเครื่องให้ถูกลงเอาคนผู้ใช้งานไอโฟนระดับเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี เป็นการปิดท้ายงาน Apple Special Event ของปี 2018

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับบรรยากาศคร่าวๆของงาน Apple Special Event 2018 เมื่อปีที่แล้ว

แน่นอนว่าในวันงานจริงผมจะมาอัพเดตให้อีกครั้งหนึ่งให้ทุกคนได้อ่านในบทความนี้กันอีกแน่นอน มาลุ้นกันว่าปีนี้แอปเปิ้ลจะมีอะไรให้เซอไพร์สในงานอีกรึเปล่า..


สามารถติดตามข่าวสารหรือบทความอื่นๆ ของได้ ที่นี่ 

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

Leave A Reply

Skip to toolbar