playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

Amazfit GTS รีวิวการใช้งานนาฬิกาอัจฉริยะ คล้าย Apple Watch จริงหรือ?! รวมสเปค ข้อมูล ราคาที่นี่

วันนี้โทฟุจังจะมาเขียนรีวิวเกี่ยวกับนาฬิกาอัจฉริยะ (Smart watch) ที่เปิดตัวไปได้ไม่นานมานี้และเป็นที่พูดถึงในเรื่องหน้าตาว่าคล้ายกับ Apple watch มาก?! นั่นก็คือ Amazfit GTS  นาฬิกาอัจฉริยะเพื่อสุขภาพแบรนด์ Huami (แบรนด์พันธมิตรผู้ผลิตนาฬิกาอัจฉริยะให้กับ Xiaomi นั่นเอง)

ครั้งที่แล้วที่โทฟุจังเคยเขียนไปเกี่ยวกับ >> ข่าวเปิดตัว สเปคราคาคลิกที่นี่

Amazfit เป็นหนึ่งในแบรนด์ Huami เป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการสวมใส่ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้สำหรับ Xiaomi และยังเป็นผู้ผลิต Mi Band แต่เพียงผู้เดียว

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 Huami ได้เป็นผู้นำในตลาดระดับโลกและได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ด้วยการจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะจำนวนหลายล้านเครื่อง ในปี 2561 Huami ยังส่งอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะจำนวนกว่า 27.5 ล้านเครื่อง

Amazfit-GTS

เกี่ยวกับสเปคของนาฬิกา Amazfit GTS

  • ตัวหน้าจอ มาพร้อมกับ AMOLED ขนาด 1.65 นิ้ว ความละเอียด 344ppi หน้าจอเป็นระบบทัชสกรีน น้ำหนักตัวนาฬิกาอยู่ที่ 24.8 กรัมไม่รวมสาย
  • แน่นอนว่าถูกออกแบบมาเพื่อทุกไลฟ์สไตล์ ใส่ออกกำลังกายรวมถึงกันน้ำระดับ 5ATM ใส่ว่ายน้ำไปจนถึงดำน้ำได้ไม่ต้องกลัวพัง
  • แบตเตอรี่ 220 mAh อยู่ได้ 14 วันในโหมดปกติและทนทานกว่า 30 วันในโหมดเริ่มต้น ชาร์จแบตแค่ประมาณเดือนละ 2 ครั้งนั่นเอง
  • มีระบบการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) แบบ optical
  • เชื่อมต่อผ่าน Blutooth 5.0
  • มีระบบ GPS เพื่อวัดระยะและดูเส้นทางการออกกำลังกาย
  • มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี
  • มาพร้อมกับโหมดออกกำลังกายถึง 12 โหมด

ซึ่งคุณสมบัติตรงนี้ได้ถูกปล่อยมาในงานเปิดตัวแล้ว วันนี้เราจะมาดูตัวนาฬิกาของจริง ดูหน้าตา แกะกล่องกันชัดๆไปเลย !


แปลข้อมูลรีวิว วิดิโอและรูปภาพจาก : TechZG

สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านสามารถดูวิดิโอการรีวิวแนะนำได้เลยจากช่อง TechZG 


สรุปรีวิว(ฉบับย่อ) จุดเด่น & จุดด้อย

Amazfit GTS รีวิว

 

จุดเด่น

  • รองรับทั้ง IOS & Andriod 
  • หน้าจอ สามารถคัสต้อมรูปแบบได้หลากหลาย
  • หน้าตาดีไซน์ที่เรียบหรู ใส่ทุกๆวันได้ (แอปเปิ้ลวอชขนาดราคาย่อมเยาว์)
  • มีสีให้เลือกค่อนข้างเยอะ 
  • กันน้ำลึก กันรอย จัดว่าค่อนข้างทนทานเลยทีเดียว

จุดด้อย

  • ตัวสายที่ไม่ยืดหยุ่น กันแรงขีดข่วนแต่ว่าหากใช้ไปนานๆ โดนน้ำกับแสงบ่อยๆจะกรอบและขาดได้ (แต่แก้ปัญหาด้วยการซื้อสายสำรองเปลี่ยนได้ค่ะ555)

ต้องขอบอกก่อนว่าตัวนี้เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อออกกำลังกายได้ ทนทาน ควบคู่กับดีไซน์ที่สามารถทำให้ใส่ได้ทุกๆวัน แต่โทฟุจังคิดว่าเหมาะกับกลุ่มที่ที่ต้องการสมาร์ทวอชสวยๆเรียบๆสักเรือน ราคาไม่สูงมาก สามารถใช้ไปจับเวลาเก็บข้อมูลออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆได้ มีฟังก์ชันเสริมแต่ไม่โฟกัสเป็นจุดหลักๆ

แตกต่างจาก Apple watch… ที่เน้นไปทางฟังก์ชันเพื่อใช้ควบคู่กับทางการแพทย์มากกว่า นอกจากดีไซน์ภายนอกกับลูกเล่นการปัดซ้ายขวาแล้ว จุดอื่นๆโฟกัสค่อนข้างแตกต่างกันสุดๆ ทั้งการใช้งาน น้ำหนัก สัมผัส วัสดุ เรียกว่าแล้วแต่ความชอบส่วนตัวแล้วกันค่ะ !

อีกจุดใหญ่ๆเลยคือ ความต่างทางภาษาที่หน้าจอตอนนี้ยังเป็นภาษาจีนอยู่ (แต่ในแอปเป็นภาษาอังกฤษนะคะ) ยังต้องรอเพื่อพัฒนาออกมาให้รองรับภาษาอังกฤษและไทยตามมา แต่หากใครไม่ซีเรียสตรงจุดนี้ ไม่ต้องรอช้า555

หวังว่ารีวิวเสริมนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยประกอบการตัดสินใจของหลายๆคนได้ไม่มากก็น้อยนะคะ 🙂


ในส่วนของราคา Amazfit GTS นั้น…?

ราคาเปิดตัวสนนอยู่ที่ประมาณ 4000-6000 บาทเลยทีเดียว โทฟุจังยังไม่ขอคอนเฟิร์มราคาที่แน่นอน เพราะว่าตัวนี้ยังถือว่าใหม่มากนับจากวันเปิดตัวเริ่มวางขาย และยังต้องรอดู ลุ้นในการนำเข้ามาวางขายในประเทศไทยอีกที แต่หากใครต้องการรีบเป็นเจ้าของก่อนคนอื่นๆ สามารถดูข้อมูลข้างล่างนี้

แต่ราคาที่แพลตฟอร์มจีนตอนนี้อยู่ที่ 899 หยวนหรือ 3,850 บาทไทย สนใจสั่ง คลิกที่นี่ (ปัจจุบันมีการรับของและรีวิวให้ดาวในจีนค่อนข้างเยอะแล้ว)

แต่หากต้องการสั่งซื้อผ่านเว็บแพลตฟอร์มอื่นๆจะสนนอยู่ที่ 6,900 บาท สนใจสั่ง คลิกที่นี่

  • หากมีข่าวหรืออัพเดตอะไรเพิ่มเติม โทฟุจังจะเข้ามาอัพเดตเรื่อยๆแน่นอนค่ะ
  • ล่าสุดวางขายในไทยแล้ว สนนอยู่ที่ 4,799 บาท
  • มีการอัปเดตซอร์ฟแวร์ให้รองรับข้อความภาษาไทยแล้ว 

เปิดกล่องดูรีวิวกันเลย! (Unboxing review)

Amazfit GTS unbox

วันนี้เรามากับ Amazfit GTS สีดำสุดคลาสสิค พร้อมกับสายสำหรับเปลี่ยนสีฟ้าน้ำเงิน พร้อมแล้วมาเริ่มเปิดกล่องกันดีกว่า..

เปิดมาจะเจอกับนาฬิกาพร้อมหน้าจอติดกันรอยเอาไว้ แน่อนว่าอุปกรณ์ต่างๆจะอยู่ด้านล่างของกล่อง ซึ่งจะประกอบด้วยคู่มือเล็กๆกับสายชาร์จ

Amazfit GTS unbox

หน้าตาของสายชาร์จนาฬิกานั่นเอง..

หน้าตาชัดๆของนาฬิกาหลังจากเอาแผ่นสติ้กเกอร์กันรอยออกไปแล้ว (เพราะหน้าจอเหลี่ยมๆก็ดูคล้ายกับ Apple watch จริงๆนั่นแหละ)

Amazfit GTS รีวิว

ทำการโหลดแอป Amazfit Watch เพื่อเชื่อมต่อปรับข้อมูลต่างๆของนาฬิกาผ่านแอปได้

ทำการตั้งค่า region และข้อมูลโปรไฟล์ต่างๆ ค่าเป้าหมายการเดินในแต่ละวันแล้วสแกน Qr กับตัวนาฬิกาเพื่อลงทะเบียนจับคู่รับข้อมูล

หลังจากนั้นเชื่อมต่อบลูทูธของสมาร์ทโฟนเข้ากับตัวนาฬิกา Amazfit GTS เพื่อซิงค์อัปเดตข้อมูลต่างๆ (ใช้เวลารอ Connect สักครู่) ตัวแอปจะทำการแสดงแบตเตอรี่ปัจจุบันของนาฬิกาทันทีที่เชื่อมต่อเสร็จสิ้น

ที่หน้าจอจะแสดงเวลา วันที่ อุณหภูมิโดยประมาณกับสภาพอากาศของแต่ละวัน อัตราการเต้นหัวใจ

*หลังจากตรงนี้ทุกคนสามารถตั้งค่าให้การแจ้งเตือนต่างๆได้ตามใจชอบผ่านแอปได้เลย อาทิการโทรเข้าหรือโซเชียลก็จะสามารถแจ้งเตือนไปที่นาฬิกาของเราได้

ด้านในมีฟีเจอร์ที่ตั้งค่าคัสต้อมเองได้หลากหลายมาก เรามาลองเปลี่ยนรูปหน้าจอสำหรับบอกเวลากันดีกว่า (ซึ่งตรงนี้เป็นแบบดิสเพลย์หน้าจอแบบออนไลน์ หลังจากเลือกแล้วจะต้องดาวน์โหลด เพื่อติดตั้งให้กับนาฬิกาของเรา)

วันไหนเบื่อๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้ตลอด

*หากปัดนิ้วลง จะเข้าสู่หน้าฟังก์ชันเสริมมีระบบแฟรช เปิดไฟจากตัวนาฬิกา โหมดกลางคืนสำหรับเวลาหลับ หรืออื่นๆ

Amazfit GTS unbox

แต่ถ้าปัดขึ้นจะเข้าสู่โหมดฟังก์ชันสำคัญๆ

นั่นคือหน้าเมนูอินเตอร์เฟส หลังจากที่เข้าสู่โหมดอัตราวัดหัวใจแบบออปติคัลนั่นเองค่ะ ตัวนาฬิกาจะทำการจับอัตราการเต้นแบบวิต่อวิเลยทีเดียว

ต่อมาให้ปัดหน้าจอไปขวา จะกลับมาสู่หน้าเมนูหลักเลื่อนลงมาข้างล่างเล็กน้อย ให้ลองจิ้มไปที่รูปก้อนเมฆ จะเป็นหน้าอินเตอร์เฟสเพื่อแสดงสภาพอากาศและอุณหภูมิของวันนั้น

ในส่วนของการจับเวลาก็ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว สามารถกดจับเวลาเป็นรอบเพื่อเปรียบเทียบระยะเวลากันได้

ตรงส่วนนี้เรียกว่าเป็นรีวิวเรียกน้ำจิ้ม ยลโฉมหน้าตานาฬิกาชัดๆให้กับหลายๆคนเลยทีเดียว ขอขอบคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบนะคะ !

Amazfit GTS unbox


บทความรีวิวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับ Amazfit รุ่นอื่นๆ ได้ที่ : Amazfit.com หรือ Amazfit Thailand Amazfit china

สามารถติดตามข่าวสารบทความเรื่องเล่าสนุกๆอื่นๆจากโทฟุจังได้ที่! : Playinone/Tofuchan

 

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!