playinone.com
ร่วมเล่นเป็นหนึ่งเดียวกับเรา สังคมข่าวชาวเกมเมอร์

- Advertisement -

กดคลิกจองแผ่น PS4 ผ่านร้านบานาน่าที่นี่

Garmin Fenix 6 รีวิวฉบับจัดเต็ม! นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับออกกำลังกาย

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

90%
คุ้มค่ากับการใช้งาน

ดีไซน์สวย ทนทาน มาพร้อมกับฟีเจอร์เพียบ จบทุกกีฬาในตัวเดียว

  • คะแนนความน่าซื้อ

สวัสดีค่ะ! จากครั้งที่แล้วโทฟุจังได้เคยเขียนเกี่ยวกับนาฬิกาอัจฉริยะ (Smart watch) ไปเกี่ยวกับ Amazfit GTS ครั้งนี้ก็เลยมาเขียนรีวิว แบบเจาะลึกข้อมูล เกี่ยวกับนาฬิกาอัจฉริยะแบรนด์ขึ้นชื่อ ฟีเจอร์และฟังก์ชันครบครันรุ่นท็อปที่เปิดตัวไปได้ไม่นานมานี้นั่นก็คือ… Garmin Fenix 6 Series (การ์มิน ฟีนิกซ์ 6 ซีรีส์) ซึ่งฟังก์ชันต่างๆ เรียกได้ว่าเพิ่มเข้ามาและอัพเกรดแตกต่างจาก Fenix 5 ที่เปิดตัวไปได้ 2-3 ปีก่อนไม่น้อย หากใครที่กำลังสนใจที่จะออกกำลังกายอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าห้ามพลาดค่ะ!

Garmin Fenix 6 Series
Garmin Fenix 6 Series

Fenix 6 Series ครั้งนี้ได้ออกมาเป็นรุ่นย่อยต่างๆกว่า 10 แบบด้วยกันเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันตั้งแต่วัสดุที่ทำ ขนาดแบตเตอรี่ไปจนถึงฟังก์ชันต่างๆกันเลย ซึ่งจุดเด่นเลยคือ ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ทนทานสูงสุดถึง 120 วันและ 150 ชัวโมงสำหรับโหมด GPS,Ultra-type รวมไปถึงการชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับนาฬิกาในรุ่น Solar ที่จะช่วยยืดระยะเวลาของแบตเตอรี่ไปอีกถึง 40 วัน

*ส่วนหน้ารายละเอียดอินเตอร์เฟส

*ทำการเพิ่มส่วนโหมดการใช้งานควบคู่กับกีฬา

*ส่วนของโหมด PacePro และแผนที่สำหรับวิ่ง! 

*ส่วนการแนะนำการใช้งานของ Fenix 6X Solar นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์ !

แปลข้อมูลรีวิว วิดิโอและรูปภาพจาก : DC Rainmaker

อ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


ใครที่ไม่อยากอ่านสามารถดูวิดิโอการรีวิวแนะนำสั้นๆได้จากช่อง DC Rainmaker 

 

Garmin Fenix 6 มีอะไรใหม่บ้าง ต่างจากเดิมตรงไหน?

  • จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลักๆคือรุ่น Base และ Pro ซึ่งรุ่น Pro จะรองรับ Wifi,แผนที่,เพลง และแผนที่สนามกอร์ฟ
  • นาฬิกาจะถูกแบ่งเป็น 3 ขนาดด้วยกัน : 42 มม. (Fenix 6s),47 มม. (Fenix 6),51 มม. (Fenix 6X)
  • มีการชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับรุ่น Fenix 6 Pro Solar ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะเวลาแบตเตอรี่ให้กับนาฬิกาของเราในวันที่แดดจัด!
  • เพิ่มการมองเห็นความหนาแน่นของผู้คน(Trending Line) บนเส้นทางที่เราไปบนแผนที่หรือที่เรียกว่า heatmaps //มีในรุ่น Pro
  • เพิ่มชุดรูปแบบการแสดงบนแผนที่ เช่นความสูงต่ำของพื้นที่ ความมืด ทะเลและกลางแจ้ง
  • ลดขนาด widget ใหม่เป็น 1 ใน 3 ทำให้มองเห็น 3 รายการได้พร้อมกัน
  • เพิ่ม Power Manager ใหม่ซึ่งจะคอยบอกรายละเอียด อายุการใช้งานของแบตเตอรี่
  • เพิ่มโหมดการจัดการแบตเตอรี่ ทำให้สามารถกำหนดการใช้งานเองได้โดยอิงจากเวลากิจกรรมของผู้ใช้
  • โหมด MARQ Expedition : ที่จะช่วยให้เปิด GPS ได้ยาวนานมากขึ้นหลายสัปดาห์ ซึ่งจะปิดทุกอย่างแทน ยกเว้นการติดตาม GPS
  • เพิ่มแผนที่สกีรีสอร์ทกว่า 2000 แห่งทั่วโลก
  • เพิ่มแผนที่สนามกอร์ฟ (ซึ่งจะต้องทำการโหลดข้อมูลรายละเอียดล่วงหน้า)
  • สนับสนุน Heart rate สำหรับการว่ายน้ำมากขึ้น
  • เพิ่มโหมดแบตเตอรี่ต่ำพิเศษ จะช่วยให้มีแบตเตอรี่ที่ทนทานถึง 80 วันแต่จะเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นนาฬิกาขั้นพื้นฐาน
  • เพิ่มขนาดหน้าจอและขอบหน้าจอที่เล็กกว่าเดิม
  • ลดความหนาของนาฬิกาลง
  • เปลี่ยนชิปจาก Media Tek GPS เป็น Sony GPS (เหมือนกับการ์มินรุ่น 2019 เป็นต้นไป)
  • อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 80 วันในโหมดประหยัดแบต
Garmin Fenix 6
Garmin Fenix 6

นอกจากฟีเจอร์ใหม่ๆแล้ว แน่นอนว่าฟีเจอร์อื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในซีรีส์ Fenix ก็ถูกเพิ่มมา…

  • เพิ่ม PulseOx (ฟังก์ชันการวัดออกซิเจนในเลือดและข้อมูลชีพจร) ซึ่งก่อนหน้าจะมีเฉพาะรุ่น Fenix 5X Plus
  • คำนวณอัตราการหายใจพร้อมเก็บข้อมูล (ต้องมีอุปกรณ์สายรัดหน้าอกเสริม)
  • เพิ่มตัวเซ็นเซอร์ระบบออปติคัล Heart rate Garmin ELEVATE (ซึ่งเป็นรุ่น 3 เช่นเดียวกับ MARQ / FR245/ 945)
  • เพิ่มสถิติที่การเทรนนิ่งต้องการ (แสดงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สิงที่ได้รับ ส่วนที่ต้องปรับปรุง)
  • เพิ่มรายละเอียดการเทรนนิ่งแบบเชิงลึก รวมถึงผลกระทบของการออกกำลังกาย
  • ฟังก์ชันแสดงและคำนวณพลังงานและขีดจำกัดของร่างกายที่เหลืออยู่
  • heat acclimation ฟีเจอร์สำหรับปรับให้ร่างกายชินกับอากาศร้อนเวลาออกกำลังกาย
  • ฟังก์ชันสำหรับการปรับตัวในการออกกำลังกายบนที่สูง
  • ตัวคำนวณระยะทาง พลังงานการออกกำลังกายจะเข้มงวดมากขึ้น (ไม่ได้อ้างอิงจากค่า VO2Max เพียงอย่างเดียว)
  • เทคโนโลยี VO2Max ฟีเจอร์การช่วยคำนวณปริมาณน้ำและออกซิเจนของร่างกายเวลาออกกำลังกาย
  • ออกแบบหน้า Interface ใหม่โดยเฉพาะสำหรับการโพสต์สถิติการออกกำลังกาย

ตารางอธิบายรุ่นของ Fenix6 Series

จุดเด่นใหญ่ๆ ที่แสดงให้เห็นของแต่ละรุ่นเลยก็คือ…

  • รุ่น Base : เป็นรุ่นพื้นฐานของซีรีส์นี้แน่นอนว่าไม่มี Wifi และเพลงในตัวเครื่อง แต่มาพร้อมกับราคาที่เบากว่ารุ่นอื่นๆ
  • รุ่น Pro : จะมีระบบแผนที่ต่างๆ สามารติดตั้งเพลงในเครื่องถึง 2000 เพลง หรือเชื่อมต่อ Wifi เพื่อเล่นเพลงผ่านแอปต่างๆได้ มีฟีเจอร์ที่หลากหลายกว่ารุ่น Base 
  • รุ่น Sapphire : จะประกอบด้วยวัสดุที่ทนทานทำจาก Sapphire Glass มีความทนทานป้องกันรอยขีดข่วนมากกว่าแบบปกติ มีฟังก์ชันแผนที่ในตัว มีสีพิเศษและโมเดลต่างๆให้เลือกมากกว่ารุ่นอื่นๆ แต่จะแลกกับน้ำหนักที่มากกว่าเดิมเล็กน้อย
  • รุ่น Pro Solar : เรียกว่าเป็นรุ่นที่ไฮไลต์ที่สุดของซีรีส์นี้ เพราะความพิเศษของมันอยู่ที่จะมีระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ในตัว ทำให้จากปกตินาฬิกาจะอยู่ได้เต็มที่ 80 วันเป็น 120 วัน แน่นอนว่าฟังก์ชันต่างๆในรุ่น Pro รุ่นนี้ก็มีเช่นกัน
  • ราคาของรุ่น Base : เริ่มต้นที่ 599 USD (ประมาณ 18,000 บาท) สั่งออนไลน์คลิก ที่นี่
  • ราคาของรุ่น Pro : เริ่มต้นที่ 699 USD (ประมาณ 21,000 บาท) สั่งออนไลน์คลิก ที่นี่
  • ราคาของรุ่น Sapphire : เริ่มต้นที่ 799 USD (ประมาณ 24,000 บาท) สั่งออนไลน์คลิก ที่นี่
  • และรุ่น Pro Solar : เริ่มต้นที่ 999 USD (ประมาณ 30,000 บาท) ดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่ รุ่นนี้จะมีแผนจำหน่ายในอีก 3-5 สัปดาห์ข้างหน้าโปรดติดตามกันต่อไป

**สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทยต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าซีรีส์นี้จะนำเข้าเมื่อไหร่ แต่โทฟุจังเชื่อว่าอีกไม่นานแน่ๆค่ะ หากมีข่าวสารอะไรจะมาอัพเดตทันทีนะคะ


สามารถดูตารางการเปรียบเทียบ Fenix 6 Series กับ Garmin Fenix 5 Plus , Forerunner 945 , Polar Vantage , Suunto 9 Baro

แบบเต็มๆได้เพียง คลิกที่นี่

ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบรุ่นต่างๆ
  • จุดเด่น : เก็บครบจบทุกกีฬาได้ในตัวเดียว
  • จากตารางจะเห็นได้ชัดว่าทำได้เกือบหมดทุกอย่างเมื่อเปรียบเทียบกับสมาร์ทวอชตัวอื่นๆในตัวเดียว
  • จุดด้อย : ซีรีส์นี้เรียกได้ว่าสเปคส่วนใหญ่จะถูกกั๊กไว้ที่รุ่น Pro ขึ้นไป ถ้าหากซื้อรุ่น base จะใช้ฟังก์ชันได้ไม่เต็มที่
  • ราคาที่สูงกว่ารุ่นอื่นๆไปอีกขั้นหนึ่ง

 

บทสรุปรีวิว(แบบฉบับย่อ)ว่าน่าใช้แค่ไหน?

ส่วนนี้เป็นส่วนสรุปที่โทฟุจังขอเขียนมา เพื่อคนที่ขี้เกียจอ่านรีวิวด้านล่าง(ฮา) ลังเลและคิดหนักว่าซื้อดีหรือไม่นะคะ (ด้วยราคาแล้วคิดให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อเป็นเรื่องที่ดีค่ะ555)

  • หากว่าคนเป็นแฟนๆ Garmin มาก่อนไม่ได้ต้องการฟีเจอร์เยอะ แต่ต้องการจะอัพเกรดรุ่น แบบเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า รุ่น Base คือตัวเลือกที่ดีค่ะ เพราะว่าด้วยแบตเตอรี่ความแม่นยำของการคำนวณส่วนนั้นซีรีส์นี้มีความแม่นยำที่มากขึ้น ดีไซน์สวยใส่ทำงานได้ทุกวัน
  • ถ้าเป็นคนที่ออกกำลงกายเป็นชีวิตจิตใจ หรือต้องการข้อมูลเพื่อดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เรียกว่า ของมันต้องมีค่ะ! เพราะยิ่งเป็นรุ่น Pro จะมีฟังก์ชันที่เยอะมาก การนำเสนอข้อมูลกราฟที่ดูง่าย รวดเร็ว สบายตากว่าเดิม มีเพลงในตัวขณะทุกกิจกรรม มีแผนที่ให้ดูได้ คุณจะได้ใช้เกือบ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ถ้ามองทั้งความทนทานฟังก์ชันที่รวมทุกกีฬา วิ่ง ว่ายน้ำ อื่นๆ ตัวนี้จะตอบโจทย์มาก จึงคุ้มค่าที่จะซื้อแบบสุดๆ!
  • ถ้าหากใส่แฟชั่นล่ะ…? แปลว่าด้วยดีไซน์ รูปทรง จะต้องโดนใจ ทำให้ลังเลใช่รึเปล่าคะ.. ต้องบอกก่อนว่านอกจากหน้าตา ซีรีส์นี้เป็นนาฬิกาอัจฉริยะ ด้านในจะให้มากกว่าแค่ดูเวลาแน่นอน ใช้งานไม่หนัก ใส่ไปทำงานทุกวันสวยๆ เสาร์อาทิตย์ไปวิ่งบ้าง รุ่น Base คือทางออก แต่ถ้าหากกระเป๋าเงินไหวก็ไปอีกขั้น !  เพิ่มอีกนิดเป็นรุ่น Sappire เพราะให้ความทนทานกันรอยขีดข่วน จะอยู่กับเราให้ใส่ด้วยกันทุกวันไปอีกนาน (แถมมีตัวเลือกสีพิเศษที่มากกว่านะคะ)

 


พร้อมแล้วก็มาเปิดกล่องรีวิว Garmin Fenix 6 กันเลย!

Garmin Fenix 6

ครั้งนี้จะขอเปิดกล่องรีวิวก็คือ Garmin Fenix 6 Series รุ่น Pro มาพร้อมหน้าปัดสี Rose Gold และสายสีขาว

ด้านหน้ากล่องจะมีรูปสี ขนาดชื่อรุ่น ด้านหลังจะระบุรายละเอียดอย่างละเอียดเกี่ยวกับรุ่นที่ซื้อไป

เปิดกล่องมาก็จะเจอกับนาฬิกาด้านในพร้อมพลาสติกใสกันรอยที่มากับกล่อง

Garmin Fenix 6

หลังจากเปิดแล้ว ข้างล่างกล่องจะประกอบไปด้วย คู่มือการใช้งาน สายสำหรับชาร์จ สายข้อมือสำรอง เดี๋ยวก่อน! *แน่นอนว่าเพราะนี่เป็นรุ่นรีวิวค่ะ กล่องปกติที่ซื้อไปจะไม่มีสายข้อมือสำรองนะคะ ถ้าหากใครซื้อไปไม่มีก็ไม่ต้องตกใจค่ะ (ฮา)

Garmin Fenix 6 pro

มาดูหน้าตาของตัวนาฬิกาชัดๆ กันดีกว่า..

Garmin Fenix 6 pro

สายชาร์จหน้าตาคุ้นเคย เหมือนกับรุ่น Fenix 5

หนังสือคู่มือ…

จุดเด่นจริงๆที่เห็นชัดๆของ Fenix 6 เลยคือ ตัวล็อคที่แกนกลางระหว่างหน้าปัดกับสายเนี่ยมีขนาดเล็กลงมากๆ จากรูปที่จะวางเปรียบเทียบขนาดกับ Fenix 5S Plus สีฟ้า ทำให้เห็นเลยว่ามีการปรับขนาดที่กระชับเล็กลดลงมาก มันช่วยให้คนที่ใส่ดูข้อมือเล็กลงแถมตัวหน้าปัด ตัวล็อคจะไม่ยื่นออกไปด้านข้างมากเท่าเดิมเวลาที่จะใส่กับสายรัดจะกระชับมากขึ้น เวลาตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) ผ่านเซ็นเซอร์ออปติคัลจะทำให้ผลที่ออกมาแม่นยำกว่าเดิม

นอกจากนั้น จุดที่เปลี่ยนใหญ่ๆเลยก็คือจากรูป ตัวหน้าปัดจอแสดงผลถูกปรับเปลี่ยนมากขึ้นและบางมากขึ้นในทุกรุ่น มาดูขนาดและความหนาของแต่ละรุ่นกันเลย!

ทั้งหมดนี้ คือส่วนของการรีวิวในด้านรูปลักษณ์ขนาดภายนอกไปแล้ว หลังจากนี้มาเริ่มใช้ของจริงกันดีกว่า!


มาดูเกี่ยวกับการใช้งานขั้นพื้นฐานกันก่อน.. 

Garmin Fenix 6 pro

ตอนแรกก็คิดว่าจะพูดถึงพวกอินเตอร์เฟซของผู้ใช้งาน การบันทึกข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ข้อมูลการนอนหลับ ตรงนี้จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการดูข้อมูลสุขภาพ ถ้าหากว่าเพื่อนๆเคยใช้ซีรีส์เก่าๆมาแล้ว คลุกคลีกับมันก็จะรู้อยู่แล้ว สามารถข้ามส่วนนี้ไปก่อนได้ค่ะ (ฮา) แต่ว่าถ้าต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าอินเตอร์เฟซล่ะก็ไปค่ะ!

จะดูผ่านวิดิโอจากคุณ DC Rainmaker ก็ได้ถ้าไม่อยากดูแค่รูป

เหมือนกับซีรีส์ Garmin Fenix ก่อนๆที่ผู้ใช้งานจะสามารถเลือกปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาของตนเองได้ (อยากปรับเลือกให้โชว์อะไรหรือไม่โชว์อะไร)

Garmin Fenix 6 pro

สามารถใช้แอป Connect IQ ของ Garmin เพื่อสร้างหน้าปัดนาฬิกาเป็นรูปของเรามีหรืออะไรก็ได้

ในตอนเริ่มต้นจะเห็นว่า Fenix 6 มาด้วย widgetใหม่ โดยทั่วไปถ้าไม่ได้ออกกำลังกายหน้าจอจะแสดงเป็นสิ่งต่างๆเช่น สภาพอากาศ,Traning status,เพลง ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะแสดงเป็นรูปแบบเต็มหน้าจอ และใช้การปัดจอเพื่อเลื่อนหาแต่ซีรีส์นี้ได้ถูกปรับรูปแบบใหม่เป็นสามารถแสดง 3 widget ในหน้าเดียว

Garmin Fenix 6 pro
ในรูปจะแสดง 3 ข้อมูล

หรือถ้าอยากได้ widget รูปแบบอื่นๆ ก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบที่ชอบได้

Garmin Fenix 6 pro
ในรูปจะแสดง 3 ข้อมูลเหมือนเดิมแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบแสดงเป็นกราฟ

บอกตามตรงว่าเมื่อก่อนมันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากที่กว่าเราจะหาหน้าข้อมูลที่ต้องการจะดูเจอ ต้องเลื่อนปัดหน้าจอหลายครั้ง (มีใครเคยเป็นเหมือนกันรึเปล่า?555) แต่ในรุ่นนี้มันได้ถูกปรับปรุงใหม่สะดวกกว่าเดิมมากๆ

*Solar widget หรือโหมดหลังงานแสงอาทิตย์จะมีเฉพาะกับรุ่น Fenix 6X Solar เท่านั้น

ทุกๆ วันจะมีการแสดงผลการติดตามกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น การนอนหลับ การเดินขึ้นลงบันได การเดินเล่น ตรงส่วนนี้ผู้ใช้ก็สามารถปรับการแสดง widget ที่แตกต่างกันได้เช่นกัน เรามาลองดูกันที่หน้าของจำนวณการนับก้าว

Garmin Fenix 6 pro

อย่างเช่นแตะเข้าไป 1 ครั้ง เราจะได้ข้อมูลของจำนวณก้าวเดินที่ผ่านมาทั้ง 7 วันหรืออาจจะแสดงเป็นระยะทางที่เดินก็ได้

ต่อไปเป็นหน้าตัวชี้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) ที่จะตรวจสอบและแสดงโดยอัตโนมัติทุกวินาทีซึ่งจะบันทึกข้อมูลและแสดงออกมา หรืออาจะติดตั้งให้แสดงอัตราการเต้นของหัวใจในหน้า display เพื่อแสดงข้อมูลอย่างต่อเนื่องเลยก็ได้

-ถ้าหากแตะเข้าไปที่ widget Hr หน้าจอจะแสดงกราฟอัตราการเต้นหัวใจของผู้ใช้ตลอด 4 ชั่วโมงที่ผ่านมาไปจนถึง 7 วัน

Garmin Fenix 6 pro

ในส่วนนี้สามารถเช็คข้อมูลได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Garmin Connect บนเว็บไซต์หรือผ่านทางแอปพลิเคชั่นบนมือถือก็ได้

นอกจากนี้การ์มินยังมี การวัดอัตราความเครียด ทั้งแสดงบนอุปกรณ์แบบเรียลไทม์หรือแบบรวมผลภายหลังบนแอปพลิชั่น (คิดว่ามันค่อนข้างตรงเลยนะ)

หน่วยวัดใหม่ของการ์มินที่ผ่านมาคือ Body Battery หรือก็คือพลังงานในร่างกายของเรานั่นเอง ถ้าหากว่าคืนนั้นเรานอนหลับสนิทบอดี้แบตเตอรี่จะเริ่มที่ 100% แล้วลดลงตามกิจกรรมในชีวิตของเรา มีการแบ่งเป็น ตื่น หลับลึก หลับตื้น ซึ่งการแสดงผลในหน้าจอสามารถเลือกดูได้และตรงส่วนนี้ก็จะนำไปคำนวณกับ Body Battery

ทั้งหมดที่ว่ามามีในแอป Garmin Connect/Garmin Connect Mobile 

อีกส่วนที่ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือ ฟังก์ชัน PulseOX ที่เพิ่มมาใน Fenix 5X Plus โดยมีมาเพื่อวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด เพื่อให้สามารถประเมินสภาพร่างกายของผู้ใช้สำหรับเป็นข้อมูลประเมินเป้าหมาย สรีระ การออกกำลังกายได้

รูปด้านล่างคือรูปของ widget แสดงการอ่านค่า PulseOX และการอ่านค่าแบบตลอดสัปดาห์

Garmin Fenix 6 pro

Garmin Fenix 6 pro

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ่านค่าฟังก์ชัน PulseOX >> ได้ที่นี่

สุดท้ายเราสามารถปรับเกี่ยวกับฟังก์ชั่นพื้นฐานนี้ได้ ว่าต้องการจะแสดงการแจ้งเตือนบนสมาร์ทโฟน หรือการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของแอปต่างๆ บนอุปกรณ์หรือไม่ ตั้งแต่ข้อความ ปฏิทิน หรือยกเลิกการแจ้งเตือน/ล้าง ได้ทันทีค่ะ!

Garmin Fenix 6 pro

กรณีของ IOS น่าเสียดายที่จะไม่สามารถตอบกลับข้อความที่ส่งมาได้เพราะนั่นเป็นข้อจำกัดของ IOS ที่ Apple สงวนแก่ Apple Watch เท่านั้น แต่การแจ้งเตือนนี้รองรับอิโมจิเริ่มต้น และยังไม่สามารถรองรับข้อความที่ส่งมาเป็นรูปภาพ โดยการแสดงผลบนหน้าจอได้

จบการรีวิวในส่วนของหน้าแสดงผลอินเตอร์เฟสพื้นฐาน ส่วนต่อไปของการรีวิวคือ การใช้งานในด้านควบคู่ไปกับกีฬา!


ด้านวิธีใช้โหมด SPORTS !

ซีรีส์ Fenix 6 นี้ก็เหมือนกับมีนาฬิการุ่น Forerunner 945 หรือ MARQ ไปในตัว ถ้ามองในมุมด้านกีฬาแปลว่า นาฬิกาตัวนี้จะให้ฟีเจอร์ต่างๆที่ลึกขึ้นไปอีก อาทิ ระดับความสูงอากาศ การปรับตัวตามอุณหภูมิ (การอุ่นเครื่องร่างกายก่อนออกกำลังกายนั่นเองค่ะ)

ซึ่งในส่วนรีวิวนี้เราจะโฟกัสไปที่ด้านฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาการใช้ควบคู่ไปกับการเทรนนิ่ง ขอเริ่มต้นพูดถึงเรื่องพื้นฐานในบางส่วนเพื่อสำหรับผู้ใช้ Garmin มือใหม่ด้วย เราจะมาดูกันว่า PacePro (ฟีเจอร์ใหม่ช่วยควบคุมดูแลด้านการวิ่ง) ทำงานกันอย่างไรบนสนามจริง!

อย่างแรกก่อน ให้ผู้ใช้งานแตะที่ปุ่มด้านขวาบน จะเจอกับรายชื่อหมวดกีฬาต่างๆที่สามารถปรับแต่ง ตั้งค่ารายการโปรดที่ชอบได้

Garmin Fenix 6 pro

รายชื่อด้านล่างคือรายชื่อกีฬา กิจกรรมทุกประเภทที่รองรับการวัดในนาฬิกานี้ (เยอะมากๆเลยค่ะ…)

Trail Run , วิ่ง , Hike , Bike , Bike Indoor, Open Water Swim , ไตรกีฬา , กอร์ฟ , Navigate , Track Me, Map, Multisport, Treadmill, Indoor Track, Climb, MTB, Pool Swim, สกี , สโนว์บอร์ด , XC Ski, SUP, Row, Row Indoor, TruSwing (Golf related), Project Waypoint, เดิน , SwimRun, Kayak, Strength, คาร์ดิโอ , โยคะ , Floor Climb, Elliptical, Stair Stepper, Clocks, Boat, Tactical, Jumpmaster, และอื่นๆ

เมื่อเลือกกีฬาแล้วด้านบนจะแสดงค่าสถานะ GPS อัตราการเต้นหัวใจ รวมถึงการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์

*ด้านบนคือเปอร์เซ็นแบตเตอรี่ที่จะคอยบอกว่าผู้ใช้งานเหลือเวลากี่ชั่วโมงในโหมดนั้นๆ

Garmin Fenix 6 pro

เมื่อพบ GPS แล้วก็ได้เวลาเริ่มออกกำลังกาย! ทีนี้จะเห็นหน้าข้อมูลของผู้ใช้งานที่เราเคยตั้งค่าไว้ในตัวนาฬิกา

ในส่วนของตารางข้อมูลต่างๆจะแสดง 8 ช่องสำหรับ Fenix 6X และสูงสุด 6 ช่องสำหรับ Fenix 6S/ 6 ตามขนาดของนาฬิกา

 

ต้องขอพูดถึงก่อนว่า Garmin Fenix 6 รองรับการวัดอัตราการเต้นหัวใจแบบออปติคัลขณะว่ายน้ำ แต่ส่วนใหญ่ค่าข้อมูลจะยังไม่คงที่แบบเรียลไทม์นัก ทำให้เกิดเป็นสาย HRM-TRI / HRI-SWIM สายอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้การวัดอัตราการเต้นหัวใจแม่นยำถูกต้องมากขึ้น (ตัวเครื่องยังรองรับเซนเซอร์ชนิดเดียวกันทั้งหมดได้เหมือนกับ Fenix 5 Plus)

ถ้าหากปัดลงไปจะแสดงรอบต่างๆ ค่าอัตราการเต้นหัวใจ สรุปต่างๆ

ข้อมูลด้านล่างจะเป็นรูปภาพตัวอย่างกราฟแสดงข้อมูลต่างๆ แผนที่เส้นทางการออกกำลังกายเมื่อซิงค์กับ Garmin Connect ผ่าน Wifi (ในรุ่น Pro) หรือผ่าน Garmin Connect Mobile (ผ่าน Bluetooth บนสมาร์ทโฟนของคุณ)

ในส่วนนี้จะเป็นหน้า Activity บน Garmin Connect online

ข้อมูลจะเข้าสู่ฟังก์ชัน วิดเจ็ต Training Status (จะพบกับค่าความฟิตในร่างกาย และค่า Load ที่หมายถึงความหนักเบาของร่างกายขณะฝึกซ้อม)

Training Status จะเปรียบเหมือนระบบที่คอยให้คำแนะนำในการออกกำลังกายสำหรับเรา

ด้านล่างจะสังเกตเห็นไอคอนเล็กที่เป็นรูปภูเขาและดวงอาทิตย์ใช่รึเปล่าคะ? ให้กดสองครั้ง (ผ่านหน้า VO2Max) แล้วจะเจอกับหน้ารายการ load 7 วันที่ผ่านมารวมถึงค่าตาราง load ทั้งหมด (จะคอยบอกว่าตลอด 7 วันเราฝึกซ้อมเทรนนิ่งหนักแค่ไหน วันไหนมากที่สุด)

**ค่าไอคอนจะแสดงภูมิอากาศ อุณหภูมิความร้อนเพื่อดูว่าร่างกายของเราควรปรับอุณหภูมิหรือไม่ และวัดความสูงเพื่อคำนวณปริมาณออกซิเจนสภาพแวดล้อมต่างๆ แปลว่าการที่จะใช้ฟังก์ชันนี้ อย่าลืมซิงค์เข้ากับ Garmin Connect Mobile ภายใน 3 ชั่วโมงเพื่อรับข้อมูลสภาพอากาศเข้าสู่นาฬิกาด้วย!

ถ้าหากแตะลงไปอีกครั้งจะเจอกับหน้า Load focus ใน 4 สัปดาห์นี้ วึ่งตรงนี้จะคอยบอกว่าตลอดเดือน ผลของการออกกำลังกายเราเป็นอย่างไร

ควรเพิ่มลดตรงไหน หรือช่วงไหนที่ขาดการซ้อมไปบ้าง

ตรงส่วนนี้คือผลสรุปที่คอยบอกว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

หรือถ้าหากเรายังคงออกกำลังกายต่อไปอีกล่ะ..

Garmin Fenix 6 pro

ก็จะบอกเวลาที่ร่างกายเราควรไปพักจนกว่าจะออกกำลังกายครั้งต่อไปนั่นเอง

ให้เวลาร่างกายได้ฟื้นตัวบ้าง ถึงจะเรียกว่าสุขภาพที่ดี อย่าโหมนักล่ะ!

หน้าจอถัดไปคือ หน้าจอเกี่ยวกับการปรับความร้อนให้กับร่างกาย

Garmin Fenix 6 pro

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับหน้านี้ก็คือ อุณหภูมิที่สูงกว่า 71 ° F / 22 ° C (ความชื้นก็ถูกนำมาพิจารณาด้วย) ซึ่งหน้าจอจะแสดงสถานะการเทรนนิ่งของเรา เพื่อปรับร่างกายของเราให้ชินกับสภาพแวดล้อมใหม่ ใช้เวลาอย่างน้อย 4 วัน และ 3 วันหลังจากนั้นร่างกายจะถูกปรับให้ชินและก้าวข้ามในระดับต่อไป

นอกจากนี้ยังสามารถดูข้อมูลกราฟตารางอย่างละเอียดได้ใน Garmin Connect Mobile !

หนึ่งในข้อที่ถูกคอมเพลนท์ทั่วไปเกี่ยวกับ Garmin Connect ก็คือ มันไม่ได้ละเอียดเพียงพอ เกี่ยวตัวชี้วัดและข้อแนะนำ นาฬิกาแบรนด์ Polar ดูมีแนวโน้มที่จะทำได้ดีกว่าการ์มิน ที่จะทำให้การวัดต่างๆชัดเจน ละเอียด ดูง่ายยิ่งขึ้นบนหน้าแดชบอร์ดหลัก ในขณะที่ทางการ์มิน ผู้ใช้งานยังต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆใน Garmin Connect Mobile…

แต่ทั้งนี้ฟังก์ชันหลายอย่างการ์มินทำได้ค่อนข้างครบครันและดีกว่ามาก คงต้องเทียบจากความถนัดในการใช้งานและปัจจัยความชอบส่วนตัวแล้วล่ะค่ะ !


โหมด PasePro สำหรับวิ่งและ GPS !

Garmin-Fenix-6-sports

ตรงส่วนนี้เราจะมาแนะนำถึงฟีเจอร์เด่นของการ์มินนั่นก็คือ PasePro โหมดเสริมที่จะช่วยในการออกกำลังกายควบคู่ไปกับการวิ่งค่ะ ต้องบอกก่อนว่าฟีเจอร์นี้มีให้ทั้งรุ่น Fenix 6 Pro และไม่ Pro *อาจจะมีความต่างเล็กๆคือ หากไม่ใช่รุ่นโปรจะต้องกดสร้างคอร์สขึ้นมาบนแอปก่อน แต่รุ่นโปรจะสามารถกดผ่านนาฬิกาได้เลย

  • PacePro จะคอยจับเวลา ความเร็วในรอบวิ่งของผู้ใช้งานแบบนาทีต่อไมล์เลยทีเดียว (ใช้ระบบคล้ายกับหลักสูตรของนักวิ่งมาราธอน)
  • สามารถกำหนด Goal Time หรือเวลาที่ตั้งเป้าหมาย สำหรับการใช้งานเพื่อเปรียบเทียบพัฒนาร่างกาย
  • ตรงจุดนี้จะเกี่ยวกับ GPS เป็นระบบตรวจจับรอบวิ่งและแสดงแผนที่ ระยะทาง คาดเดาเส้นทางที่เราวิ่งด้วยล่ะค่ะ เจ๋งจริงๆ
  • สามารถเปิดแอปเพื่อตรวจสอบรอบความเร็ว แผนที่ คำนวนระยะทางของเราได้
หน้าจอแสดงความลาดชันและระยะการเดินทางของโหมดไต่เขา

ส่วนของ Map และระบบการนำทางค่อนข้างแม่นยำเลยทีเดียวค่ะ (อาจจะต้องระวังเส้นทางซอกซอยหรือทางที่ผู้คนเยอะ มีสับสนหรือผิดบ้าง แต่คิดว่าอนาคตคงมีการพัฒนาให้แม่นยำมากขึ้น)

  • ตรงโหมด ClimbPro โหมดไต่เขานี้สามารถตั้งค่าจากจุดที่ยืนได้ ซึ่งเหมือนกับ PacePro คือตั้งค่าคอร์สต่างๆของเราก่อน เพื่อสำหรับส่งข้อมูลแผนที่ความลาดชัน สูงต่ำของเส้นทาง
  • ส่วนของเนวิเกเตอร์สามารถแสดงเส้นทางหลักๆได้ดีและดูง่ายบนนาฬิกา แต่มันแทบไม่แสดงรายละเอียย่อยอะไรเลย (จนต้องยืนซูมเข้าออกเหมือนคนเมางี่เง่า ฮ่าๆ แต่ไม่เป็นไร ตรงจุดนี้เรารอได้ เชื่อว่าจะมีการพัฒนาอีกนั่นแหละ)
  • รุ่นธรรมดาจะไม่นำทางกลับถ้าหากว่าคุณออกนอกเส้นทาง (เพราะรุ่นธรรมดามันไม่มีข้อมูลแผนที่เหมือนกับรุ่นโปรน่ะสิ…)

ส่วนอื่นๆไม่ได้แตกต่างจากซีรีส์ 5 มากนัก ซึ่งฟีเจอร์หลักๆจะอยู่ในรุ่นโปร แผนที่ต่างๆสามารถโหลดได้ฟรี แต่อย่าลืมว่าแผนที่จะรวมอยู่ในประเทศภูมิภาคที่คุณซื้อเท่านั้นนะ อย่าลืมตรวจสอบระยะครอบคลุมของภูมิภาคประเทศด้วย ถ้าหากต้องการนำไปใช้ในการนำเส้นทางในสถานที่แปลกถิ่น ตัวนำทางมันช่วยได้มากเลยทีเดียว


การทำงานของระบบ Solar และ Power Mode ใน Garmin 6X Solar

ในซีรีส์ Fenix X ของการ์มินในทุกๆปีนั้นมักจะมีระบบเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา (Fenix 5X ที่จะมีแผนที่ที่รุ่นอื่นๆไม่มี) หรือเมื่อปีที่แล้ว Fenix 5X Plus ที่เพิ่ม PulseOX

“ซึ่งในปีนี้ก็คือระบบโซลาร์ โหมดพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะมีในรุ่น Garmin Fenix 6X Pro Solar เท่านั้น”

ตรงส่วนนี้เรียกว่าเป็นรีวิวแยกออกมานะคะ เพราะว่ามีในรุ่นพิเศษ 6X Solar เท่านั้น

  • ฟีเจอร์ใหม่ Power modes และ Power Management **จะมีให้ในทุกรุ่นของ Fenix 6
  • โหมดประหยัดพลังงานหรือที่เรียกว่า Battery Saver ซึ่งระบบจะปิดฟังก์ชันของนาฬิกาเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะระบบวัดอัตราการเต้นหัวใจ , Blutooth , เซนเซอร์ ANT+ เหลือเพียงหน้าปัดบอกเวลาแลกกับแบตเตอรี่ที่ทนทานยาวนานนับเดือน
  • แต่สามารถปรับแต่งการประหยัดพลังงานได้นะคะ หรือจะเปิดปิด GPS เมื่อต้องการเท่านั้นก็ได้

มาลองสังเกตดูกันเลยดีกว่า จะเห็นแถบเล็กๆขนาด 1 มม. บางๆด้านในหน้าปัดรึเปล่าคะ ตรงส่วนนี้เป็นส่วนแรกของระบบโซลาร์ ซึ่งหมายถึงจะมีพลังงานไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เป็นจุดรับพลังงานจากดวงอาทิตย์และคอยเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า (ถ้าหากอยู่ในที่มืด จะแทบมองไม่เห็นดูกลมกลืนไปกับหน้าปัดเลย)

เมื่อพูดถึงหน้าปัดนาฬิกา จะสังเกตเห็นสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์เล็กๆในรูปด้านล่างใช่รึเปล่าคะ ตัวดสงอาทิตย์จะแสดงถึงระดับความรุนแรงของแสงในปัจจุบัน ซึ่งขอบๆสัญลักษณืจะมีตัววัด 10 ระดับ โดยจะนับจาก 0% ถ้าหากอยู่ในที่ร่ม

ฮ่าๆ จากรูปจะเห็นเลยใช่มั้ยล่ะคะ ว่าจะขึ้น 100% หรือเต็ม 10 ขีดเมื่ออยู่ท่ามกลางแดดจัดมากๆ (ช่างเหมาะกับประเทศแดนสยามอย่างเราที่มีฤดูร้อนถึงร้อนมากๆซะจริงๆค่ะ…)

แต่ว่าจุดประสงค์ของระบบโซลาร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เพิ่มพลังนาฬิกาในโหมด GPS หรือฟังเพลงนะคะ แต่ว่ามีเพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้นานขึ้น

Garmin Fenix 6

จากตารางรูปต่อไป จะเปรียบเทียบและบอกระยะการใช้งานแบตเตอรี่ของรุ่นต่างๆหรือการใช้งานในฟังก์ชันต่างๆ //เห็นชัดเลยว่า ระบบโซลาร์นี้จะเพิ่มเวลาการใช้งานสูงสุดในโหมดเซฟแบต ทำให้สามารถใช้งานได้ถึง 120 วัน

**ถ้าอยู่บนชายหาด ออกกำลังในที่ที่มีแดดจะประสบความสำเร็จในการใช้งานมากๆ แต่ถ้าหากทำงานในร่มหรืออยู่ในฤดูหนาวมันก็… ช่วยได้ไม่มา่กนัก

เรียกว่า มีข้อดี เหมาะสำหรับ

  • คนที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดและต้องการแบตเตอรี่ที่ทนทานค่ะ
  • แทบจะเหมือนกับนาฬิกาทั่วไปชาร์จแบตเพียง 2เดือน/ครั้ง
  • สามารถเปิดปิดระบบ เรียกใช้งานฟังก์ชันต่างๆได้เมื่อต้องการ แต่ไม่ได้ชอบที่จะ ‘เปิดใช้งานตลอดเวลา’

ตรงส่วนสุดท้ายนี้ โทฟุจังหวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้หลายๆท่านสามารถตัดสินใจและเลือกรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองที่สุดได้นะคะ !

 

ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านกันจนจบค่ะ ! 🙂

อ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 
  • ข่าวการเปิดตัว Amazfit GTS นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart watch) คลิกที่นี่
  • รีวิว Amazfit GTS การใช้งาน ราคา ข้อมูล ครบในที่เดียว คลิกที่นี่

ขอขอบคุณข้อมูล วิดิโอและรูปภาพ การ์มิน ฟีนิกซ์ 6 ซีรีส์ จาก : DC Rainmaker

สามารถติดตามข่าวสารบทความเรื่องเล่าสนุกๆ อื่นๆ จากโทฟุจังได้ที่! : Playinone/Tofuchan

 

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

Leave A Reply

Skip to toolbar