playinone.com
ร่วมเล่นเป็นหนึ่งเดียวกับเรา สังคมข่าวชาวเกมเมอร์

- Advertisement -

กดคลิกจองแผ่น PS4 ผ่านร้านบานาน่าที่นี่

รีวิวจัดเต็มเกมมิ่งเฮดโฟนระดับมืออาชีพ Steelseries Arctis Pro Wireless

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

รีวิวเกมมิ่งเฮดโฟน Steelseries Arctis Pro Wireless ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของตระกูล Arctis Pro เน้นสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดีสามารถแยกแยะทิศทางได้ขณะเล่น โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะตบหัวทิ่มจากข้างหลังโดยไม่รู้ตัวอีกแล้วเวลาเล่น PUBG

Steelseries Arctis Pro Wireless
รีวิวหูฟัง Steelseries Arctis Pro Wireless

Steelseries นั้นออกหูฟังหลายรุ่นออกมาโดยจะมีตั้งแต่รุ่นราคาประหยัด Arctis 3 ถ้าจะอัพเกรดขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นรุ่น Arctis 5 และรุ่นใหญ่สำหรับเกมเมอร์ระดับไฮเรส Arctis 7 แต่หากต้องการสัมผัสประสบการณ์อันสูงสุดแล้วก็ต้องโดดข้ามมาอีกขั้นในรุ่น Arctis Pro ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานหลายอย่างเหมาะสำหรับสายเล่นเกมมืออาชีพจริงๆ

จำนวนรุ่นและความแตกต่างของ Steelseries Arctis Pro Wireless

โดยหลักๆแล้วรุ่น Pro จะแบ่งย่อยเป็นอีก 3 รุ่น คือ Arctis Pro, Arctis Pro + Game DAC และ Arctis Pro Wireless
โดยรุ่น Wireless จะเป็นตัวท้อปและแพงที่สุดครับ จุดเด่นหลักๆคือเชื่อมต่อไร้สายได้ทั้ง Wireless และ Bluetooth และมีตัว Transmitter ที่ทำหน้าที่เป็น Game DAC ในตัว ส่วนรุ่นรองลงมาทั้งสองตัวนั้นจะมีสายและมีไฟแสง RGB อยู่ที่เอียคัพทั้งสองฝั่ง (รุ่น Wireless น่าจะตัดไปเพื่อประหยัดพลังงาน)

สเปคของ Steelseries Arctis Pro Wireless
ระบบเสียง
ขนาดไดร์เวอร์ 40 มม.
การตอบสนองความถี่ 10Hz – 40kHz
ความไวเสียง (Sensitive) 102 dBSPL
ความต้านทาน 32 โอห์ม
อัตราความเพี้ยนของสัญญาณ <1%

ไมโครโฟน
ไมโครโฟนแบบ Retractable Boom
มีระบบ Noise Cancellation
การตอบสนองความถี่: 100Hz – 10kHz
ความไวเสียง -38 dBV/Pa

การเชื่อมต่อ
รองรับการเชื่อมต่อ Wireless 2.4 GHz
รองรับ Bluetooth 4.1
รองรับ Aux 3.5mm
รองรับการเชื่อมต่อ USB, Optical cable

อื่นๆ
รองรับ DTS X Headphone 2.0
รองรับเสียงแบบ Hi-Res
รองรับระบบเสียง Dolby Audio

ราคา 12,990 บาท

อุปกรณ์ในกล่อง ของ Steelseries Arctis Pro Wireless

แถวบนซ้ายไปขวา
1.หูฟัง
2. กล่องใส่อุปกรณ์ต่างๆ
3. Transmitter Base Station
แถวกลาง
4. ฟองน้ำสำหรับครอบไมค์
แถวล่างซ้ายไปขวา
5. USB Audio (สำหรับเสียบเข้า PS4 หรือ PC)
6. Mobile Audio Cable (สำหรับเสียบแจ็ค 3.5mm เข้ากับ Transmitter)
7. Mobile Power Cable (สำหรับเสียบกับแหล่งจ่ายไฟเข้ากับ Transmitter ซึ่งจริงๆไม่ค่อยจำเป็น)
8. Mobile Charging Cable (สำหรับเสียบชาร์จกับหูฟังขณะใช้งานกรณีแบตเตอรี่ต่ำ)
9. Optical Cable (สำหรับใช้เสียบ PS4)
10. Battery (แบตเตอรี่สำรอง)
11. คู่มือ
12. ใบแสดงความคิดเห็น

ดีไซน์
ดีไซน์ส่วนใหญ่จะเหมือนกับรุ่นเล็ก ซึ่งใช้โทนสีดำในการออกแบบบวกกับวัสดุที่มีคุณภาพ เท็กเจอร์ตามผิวสัมผัสทำให้รู้สึกถึงระดับความพรีเมี่ยมของตัวงาน ในส่วนของเฟรมนั้นจะเป็นอลูมิเนียมเพิ่มความแข็งแรงของรูปทรง บริเวณด้านล่างเฟรมจะบุด้วยโฟมบางๆและมีสายรัดแบบ Ski Goggles ซึ่งออกแบบมาให้กระจายน้ำหนักบนศีรษะ ทำให้รู้สึกเบาขณะสวมใส่ ด้านบนของเฟรมจะเป็นโลโก้ของ Steelseries โดยตรงโลโก้นี้จะเป็นตีนตุ๊กแก สามารถแกะออกมาปรับความยาวของสายรัดให้เหมาะกับศีรษะของผู้ใส่ได้ครับ แต่รู้สึกว่าตัวเฟรมจะค่อนข้างบีบอยู่บ้าง ผมลองใช้ในระยะยาวแล้วรู้สึกปวดนิดหน่อย

ส่วนของเอียคัพมีเบ้าที่ดูลึกและขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ขนาดผมเป็นคนหูกางยังสวมได้มิดหูและรู้สึกใส่ได้สบายมากๆ เพราะเป็นหูฟังแบบปิดจึงช่วยลดเสียงรบกวนภายนอกขณะใช้งานเป็นอย่างมาก ตัววัสดุที่ใช้จะเป็นโฟมบุด้วยผ้า ตรงนี้บางคนอาจสงสัยทำไมไม่ใช้หนังแบบหูฟังอื่นๆ ซึ่งผมมองว่ามีข้อดีข้อเสียต่างกัน หูฟังหนังใช้ไปนานๆหนังมักจะลอกออก (บางรุ่นไม่ถึงปี) แม้ว่าจะเป็นยี่ห้อแพงๆก็ตาม ถ้าเป็นแบบผ้าจะหมดกังวลเรื่องนี้ แต่จะเพิ่มความอับสะสมแทนกรณีเหงื่อออกเยอะ

เอียคัพสามารถพับแบบแบน ช่วยให้สะดวกเวลาคล้องคอทิ้งไว้ขณะไม่ได้ใช้ และช่วยให้ใส่กระเป๋าได้สะดวกขึ้นในกรณีพกพา แต่ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าถ้าจะใช้งานแบบพกพา การพับแบบแบนยังไม่สะดวกเท่ากับพับแบบซ้อนกันนะ ยิ่งหูฟังพับซ้อนกันมักจะแถมซองผ้ามาให้ด้วย หรือถ้าของดีๆหน่อยแถมกล่องสำหรับพกมาให้อย่างดีเลย พูดถึงเรื่องกล่องสำหรับพกพาแล้ว Steelseries Arctis Pro ตัวนี้เป็นรุ่นท้อปแท้ๆ อย่าว่าแต่กล่องพกพาเลย แม้แต่เงาซองผ้าก็ยังไม่เห็น!?

ตรงโคฟเวอร์ด้านข้างวัสดุผิวจะเป็นเท็กเจอร์แบบด้าน โคฟเวอร์เอียคัพฝั่งขวาสามารถแกะเปิดออกได้ โดยใช้เล็บงัดตรงแง่งเบาๆเพื่อเปิดฝาออกมา ซึ่งฝาใช้แม่เหล็กในการปิดทำให้เวลาเปิดปิดไม่ต้องกังวลว่าจะประกบไม่สนิทหรือง้างแรงจนตัวล็อคหัก สะดวกและไฮโซมากครับ ภายในจะมีแบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกมาชาร์จได้ ส่วนโคฟเวอร์ฝั่งซ้ายก็ถอดออกได้เช่นกัน แต่ถอดแล้วไม่มีอะไรให้ทำนะ 555

เอียคัพฝั่งซ้ายจะมีช่องสำหรับเก็บไมค์โดยเราสามารถดึงไมค์ออกมาจากเอียคัพได้ รวมถึงสามารถดัดทิศทางไมค์ให้เข้าใกล้ตำแหน่งปากเรา หรือตามระยะเหมาะสมที่เราต้องการ ที่ปลายของไมค์ มีไฟ LED ติดอยู่เวลากดปิดเสียง (Mute) จะมีไฟสีแดงแสดงสถานะการปิดเสียงให้เห็นด้วย

ชุดควบคุมหูฟัง
ฝั่งขวาจะมีปุ่มสวิตซ์ปิด-เปิดและปุ่มบลูทูธสำหรับจับคู่ ซึ่งปุ่มบลูทูธยังสามารถใช้กดรับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้า และใช้กดเล่นหรือหยุดเพลงได้ รวมถึงข้ามไปยังเพลงถัดไปหากกดสองครั้งติดกันกรณีที่เล่นเพลงอยู่ได้ ในส่วนของด้านซ้ายจะมีปุ่มปิดไมค์ (Mute) และมีปุ่มหมุนปรับระดับเสียง โดยสามารถกดลงไปตรงๆเพื่อปรับฟังก์ชั่นอื่นๆได้ โดยต้องใช้ร่วมกับ Transmitter ถัดมาจะเป็นชุดต่อสัญญาณแจ็ค 3.5mm โดยจะเป็นสาย Mobile Jack Cable ที่มีแถมมาในชุดและช่องเสียบหัวแจ็ค 3.5mm ถ้าจะต่อสายฟังจะใช้ช่องไหนก็ได้ครับ ถัดมาจะเป็นพอร์ต Micro USB สำหรับเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟล์เพื่อทำการชาร์จหรือใช้อัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านคอมพิวเตอร์

ตัวปรับเสียงและช่องต่อของ Steelseries Arctis Pro Wireless
ตัวปรับเสียงและช่องต่อของ Steelseries Arctis Pro Wireless

การติดตั้ง
การทำงานหลักตามสเปคจะรองรับทั้ง PS4 และ PC อย่างเป็นทางการ แต่สำหรับ Xbox One นั้นจำเป็นต้องใช้การเซ็ตติ้งพิเศษซึ่งในคู่มือไม่มี แต่ในตัวเว็บของทางค่ายได้เขียนวิธีเซ็ตอย่างละเอียดไว้สามารถเช็คได้ที่นี่  วิธีเซ็ตสำหรับ Xbox One
สำหรับ PS4 ถ้าเป็นเครื่องรุ่นธรรมดาและรุ่น Pro จะไม่มีปัญหาในการติดตั้งเพราะมีช่องสัญญาณ Optical Audio ให้ใช้ แต่กรณี PS4 Slim จะไม่มีช่องสัญญาณนี้ก็จะต้องใช้สายสัญญาณ Optical ไปเสียบกับ TV แทน และถ้า TV ไม่มีอีก ก็จะยังคงใช้ได้ แต่จะขาดระบบเสียง Surround กับฟังก์ชั่นปรับบาลานซ์ของเสียงเกมและเสียงแชทไป ในส่วนของ PC นั้นจะรองรับทั้ง Windows และ MAC ครับ

Software ของ Steelseries Arctis Pro Wireless

สำหรับเกมมิ่งเกียร์ของ Steelseries นั้นจะมี Software สำหรับปรับตั้งค่าต่างๆของอุปกรณ์จากค่ายนี้ โดยจะเป็นโปรแกรมที่ชื่อว่า Steelseries Engine 3 ซึ่งจะสามารถปรับตั้งค่าอุปกรณ์ของเราต่างๆ ในส่วนของ Arctis Pro เราจะสามารถปรับค่าการใช้งานแบบเดียวกับ Transmitter ได้ แต่จะมีการปรับแต่งได้เพิ่มและสะดวกขึ้นเช่นการปรับเบส และปรับพรีเซ็ตของ Equalizer

ตัวหูฟังสามารถใช้ร่วมโปรแกรมที่รองรับ เช่น Discord ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มี Certified ของทาง Discord โดยการปรับตั้งค่าจะถูกเซ็ตทันทีเมื่อพบว่ามีการใช้ Steelseries Arctis

นอกจากนี้ยังสามารถแสกนหาเกมในเครื่องพร้อมกับมีพรีเซ็ตที่ทำการปรับแต่งมาให้โดยเฉพาะอีกด้วย

ทดสอบการใช้งาน
ตัวหูฟังรองรับการทำงาน DTS X Headphone 2.0 และระบบเสียงแบบ Hi-Resolution ซึ่งจะช่วยให้รับฟังเสียงคุณภาพสูงอีกด้วย ในการทดสอบการใช้งาน นอกจากเล่นเกมแล้ว ก็จะทำสอบการฟังเพลงโดยใช้ฟังเสียงเพลงที่เป็นคุณภาพระดับ Hi-Res สำหรับคนที่ต้องการคุณสมบัติด้านการฟังเพลงด้วยครับ

เพลง
สำหรับเสียงจากเพลงนั้นจากที่ลองฟังเทียบกับหูฟังรุ่นเก่าของผมที่เน้นฟังเพลงเป็นหลักแต่รองรับแค่ Hi-fi อย่างเดียวไม่รองรับ Hi-Res (ที่มาตรฐานจะสูงกว่า) ผมไม่รู้สึกถึงความต่างมากนะ (ทดสอบจากการฟังเพลงผ่าน mp3 และ lossless เทียบกัน) แต่ก็อาจจะเป็นเพราะหูผมไม่เทพด้วยก็ได้ในด้านนี้ก็ได้ แต่ที่รู้สึกได้คือตัว Steelseries เสียงเบสไม่แน่นเท่ากับตัวเก่าเลยแม้ว่าจะปรับจากเบสจาก Engine จนเต็มแล้วก็ตาม โดยหลักๆแล้วจะได้โทนเสียงนุ่มหวานชัดเจนกว่าเบส

เกม
จากการทดสอบเล่นเกม Anthem ระบบ DTS X Headphone 2.0 สามารถทำการจำลองเสียงแบบ 7.1 ได้ดีมากครับ เสียงระเบิด เสียงปืน ถ้าฟังดีๆสามารถแยกแยะทิศทางได้จริง ไม่แน่ใจว่าเป็นที่เกมด้วยรึเปล่าแต่เวลาระเบิดเกิดที่ไกลๆเสียงระเบิดจะมีความกังวานซ้อนกันมาเหมือนกับมีเสียงสะท้อนกลับซ้อนกับเสียงระเบิดอีกที ทำให้รู้สึกได้ว่าจุดระเบิดมันห่างออกไปจริงๆ สำหรับสภาพเสียงรอบตัวก็แสดงผลได้มีมิติเหมือนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริง ถ้าให้เทียบกับหูฟังปกติ จะรู้สึกได้ว่าเสียงหูฟังปกติมันจะแบนๆไม่มีมิติแต่อย่างใด เหมือนกับฟังเสียงจากวิทยุที่วางตรงอยู่หน้าซึ่งมาแค่ทิศเดียว โดยสรุปแล้วประสิทธิภาพการใช้งานด้านเกมมิ่งจัดว่าผ่านแบบไม่ข้อสงสัยใดๆ

ไมค์
เนื่องจากไมค์สามารถปรับตำแหน่งได้จึงทำให้สามารถเลือกปรับระยะที่พอเหมาะกับการใช้เสียงเราได้ ตัวไมค์ถือว่าชัดมาก จากเดิมที่ผมใช้หูฟังกากๆแชทกับเพื่อนบน PS4 พอเปลี่ยนมาเป็นตัว Steelseries Arctis Pro เพื่อนๆผมทักเลยว่าวันนี้เสียงชัดมาก มีคนนึงถึงกับบอกว่าได้ยินยันลมหายใจ ฟังเหมือนคนโรคจิตทำเสียงฮืดฮาดๆเลยครับ 555
อีกฟีเจอร์หนึ่งที่มีเขียนไว้ใน สเปคของไมค์คือมีระบบ Background Noise Cancelling ซึ่งจะเป็นการตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เช่นเสียงพัดลม (แน่ล่ะประเทศไทยโคตรร้อน ผมรู้คุณก็เปิด) เสียงคนคุยรอบข้าง เสียงทีวี และอื่นๆที่ไม่ใช่เสียงคนใช้

จากประสบการณ์ที่เคยใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนขั้นเทพของค่าย Plantronics (ค่ายนี้เทพของวงการตัดเสียงรบกวน) ขนาดยืนจ่อพัดลมเบอร์ 3 คุย ปลายสายยังบอกว่าได้ยินเสียงรบกวนเบามาก สามารถคุยได้สบายๆ แต่เมื่อเทียบกับ Steelseries Arctis Pro แล้วพบว่า… นี่มันตัดเสียงไม่ได้เลยนี่หว่า!? คือถึงจะรู้ว่าจะหวังเทียบกับหูฟังขั้นเทพของ Plantronics ไม่ได้ อย่างน้อยก็คิดว่ามันคงตัดเสียงได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้ง ลองหลายๆวิธี จนถึงขั้นแอบคิดว่าของผมมันเสียรึเปล่า? แต่ในบอร์ดต่างประเทศอย่าง Reddit ก็มีคนเป็นเหมือนกัน ดังนั้นข้อสรุปของผมคงต้องบอกว่ามันตัดเสียงรบกวนรอบข้างไม่ได้จริง(ตามที่โม้ไว้)ครับ

Transmitter Base Station
เป็นตัวรับส่งสัญญาณ Wireless 2.4 GHz และยังทำหน้าที่เหมือนกับ DAC/AMP เช่นเดียวกับรุ่น Steelseries Arctis Pro + DAC อีกด้วย ตัวกล่องมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยและหนาประมาณ External Harddrive 2 ลูกซ้อนกัน มีหน้าจอแสดงผล LED และปุ่มน็อบหมุนสำหรับปรับค่าต่างๆ

ช่องเชื่อมต่อของ Steelseries Arctis Pro Wireless
ช่องเชื่อมต่อของ Steelseries Arctis Pro Wireless

แบตเตอร์รี่
ตัวหูฟังใช้แบตเตอร์รี่เป็นหลัก ซึ่งในชุดจะมีแถมเพิ่มมาอีกก้อน โดยใช้ Transmitter ในการชาร์จ เราสามารถดูสถานะแบตเตอร์รี่ของแบตหูฟังที่ใช้อยู่และที่กำลังชาร์จอยู่ผ่านหน้าจอแสดงผล LED ของ Transmitter ได้ตลอดเวลา โดยสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง

แบตของ Steelseries Arctis Pro Wireless
แบตของ Steelseries Arctis Pro Wireless

ฟีเจอร์อื่นๆ
Chat Mix Dial
ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจของSteelseries Arctis Pro Wireless คือการปรับ Balance ระหว่างเสียงเกม ซึ่งจะเป็นการกำหนดความสัญคัญว่าจะเลือกเสียงไหนให้ดังกว่าระหว่างเสียงแชทกับเพื่อน หรือเสียงจากในเกม ซึ่งฟีเจอร์นี้รองรับทั้ง PC และ PS4 ครับ สามารถควบคุมได้จาก Transmitter หรือจะกดปรับจากหูฟังก็ได้เช่นกัน

Side Tone
อีกฟีเจอร์หนึ่งของ Steelseries Arctis Pro Wireless ที่น่าสนไม่แพ้กันคือการปรับระดับเสียง Side Tone ซึ่งจะเป็นเสียงของตัวเราเอง เนื่องจากเป็นหูฟังแบบปิดโดยปกติแล้วเราจะไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเองที่พูดออกมา แต่ถ้าใช้ฟังก์ชั่นนี้เราจะได้ยินเสียงพูดของเราด้วยและยังสามารถปรับระดับได้ว่าจะดังแค่ไหน ประโยชน์หลักๆเท่าที่เห็นคือเหมาะสำหรับใช้เมื่อต้องการระวังการใช้เสียงรบกวนคนรอบข้าง เพราะหากเราไม่ได้ยินเสียงตัวเอง เราอาจจะเผลอพูดเสียงดังเกินจนรบกวนคนอื่นได้ โดยเฉพาะเวลากลางคืน นับว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากครับ แนวทางการใช้อื่นๆก็เช่นสำหรับนักแคสเกมที่ต้องการฟังน้ำเสียงการพากย์ของตัวเองขณะแคสเกม เพื่อดูความเหมาะสมของการแคสและใช้ปรับปรุงแนวทางการแคสของตัวเองก็นับว่าเป็นประโยชน์ไม่น้อย

Steelseries Arctis Pro Wireless
Steelseries Arctis Pro Wireless

รวมรีวิวอุปกรณ์เสริมการเล่นเกมคลิกที่นี่

สรุป
89%
คุณภาพสมราคา

เป็นหูฟังขั้นเทพ ให้เสียงที่ดีมีมิติและฟังก์ชั่นที่ครบครัน รองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นแบบ Wireless หรือ Bluetooth และสาย Aux 3.5mm เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหูฟังเกมมิ่งใช้ได้เอนกประสงค์

  • ดีไซน์
  • เสียง
  • ฟังก์ชั่น
  • ความคุ้มค่า

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

Leave A Reply

Skip to toolbar